PTT แจกกระหน่ำ! ปันผลสูงกว่าคาด จ่ายอีก 1.40 บาท หลังโชว์กำไร Q4 ทะลัก 2.5 หมื่นลบ.โต 174%

PTT อวดงบไตรมาส 4/68 ฟันกำไร 25,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,223 ล้านบาท หรือเติบโต 174% หลังรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นผลกำไรประมาณ 9,300 ล้านบาท บอร์ดเคาะปันผลในอัตราหุ้นละ 1.40 บาท ขึ้น XD วันที่ 5 มี.ค. โบรกฯ มองปันผลสูงกว่าคาด หนุนยีลด์พุ่ง 3.7% แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 41.00 บาท
นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 25,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,223 ล้านบาท หรือเติบโต 174% จากไตรมาส 4/2567 เนื่องจากในไตรมาส 4/2568 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นผลกำไรประมาณ 9,300 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus ของ PTTGM ขณะที่ในไตรมาส 4/2567 มีผลขาดทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยหลักจากส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล จำกัด (PTTAC) จากการด้อยค่าสินทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2568 มีรายได้จากการขาย 638,479 ล้านบาท ลดลง 11.9% จากไตรมาส 4 ปี 2567 โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ จากราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันที่อ้างอิง แม้ว่าปริมาณขายเพิ่มขึ้น กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และกลุ่มธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกมีรายได้ลดลง จากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่ลดลง
อีกทั้งกลุ่มธุรกิจก๊าซฯ มีรายได้จากการขายลดลง โดยหลักจากธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามราคา Pool Gas และราคาขายเฉลี่ยให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปรับลดลงตามราคาอ้างอิง ประกอบกับปริมาณขายเฉลี่ยปรับลดลงจากกลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ (New Shippers) ที่มีการนำเข้า LNG เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีรายได้ลดลงจากราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงตามราคาปิโตรเคมีที่ใช้อ้างอิง ประกอบกับปริมาณขายผลิตภัณฑ์รวมลดลง จากผลิตภัณฑ์ LPG ตามความต้องการของลูกค้าที่ลดลง
ดังนั้นในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% จากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 90,072 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2568 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นกำไรประมาณ 14,400 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus ของ PTTGM และมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของการเข้าซื้อหุ้นและควบรวมโรงกลั่นน้ำมันของกลุ่มเชลล์ในสิงคโปร์ของ TOP
ขณะที่ในปี 2567 มีผลขาดทุนประมาณ 4,400 ล้านบาท โดยหลักจากขาดทุนจากบริษัท PTTAC จากการด้อยค่าสินทรัพย์สุทธิกับส่วนแบ่งกำไรจากการขายเงินลงทุนใน Alvogen Malta (Out-licensing) Holding Ltd. (AMOLH) และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จากัด (PE LNG) ของ PTTLNG
ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.40 บาท (เงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลัง 1.20 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น) โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) คือ วันที่ 5 มี.ค. 2569 และจ่ายปันผล วันที่ 28 เม.ย. 2569
ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ดังกล่าว ใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิจัย และตลาดส่วนใหญ่ประเมินไว้ ส่วนการประกาศเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568ที่ 1.40 บาท/หุ้น สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ คิดเป็น Yield ที่ 3.7% ขึ้น XD วันที่ 5 มี.ค. และจ่ายเงินวันที่ 28 เม.ย.นี้
สำหรับทิศทางกำไรไตรมาส 1/2569 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะแม้ไม่มีกำไรพิเศษการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน LOTUS อย่างไรก็ตาม คาดกำไรยังแข็งแกร่ง หนุนจาก 1. โรงแยกก๊าซไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุง 2. อัตรากำ ไรธุรกิจก๊าซเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาขาย (อ้างอิงปิโตรเคมี และน้ำมันเตา) และ ต้นทุนก๊าซได้ประโยชน์จากโครงสร้างคำนวณต้นทุนก๊าซใหม่ (ตั้งแต่ต้นปี 2569)
3. ปริมาณ ขายธุรกิจก๊าซฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลของความต้องการใช้ 4. ธุรกิจของบริษัทลูกเร่งตัวขึ้น จากปริมาณขายของธุรกิจต้นน้ำ ธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีไม่ถูกกดดันจากขาดทุนสต็อก แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 41.00 บาท