รายงานพิเศษ : SUPER ฐานะการเงินแกร่ง พร้อมลุยลงทุนพลังงานสะอาด สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ผลงานเติบโตแข็งแกร่ง ฐานะการเงินแน่น พร้อมลุยลงทุนพลังงานทั้งในไทยและเวียดนาม สร้างผลตอบแทนให้นักลงทุน
“พลังงานสะอาด”ยังเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนจากมุมมองของ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ นายดนุชา พิชยนันท์ ที่ระบุในการแถลงภาวะเศรษฐกิจของไทยว่า สภาพัฒน์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 เป็นโต 1.5-2.5% จากเดิมคาดโต 1.2-2.2%
โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ (1) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน (2) การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐ ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน (3) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวเนื่อง และ (4) ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร
และสภาพัฒน์ ยังแนะถึงการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปีนี้ว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับด้านต่างๆเช่น 1. การรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจ และการเมืองหลังการเลือกตั้ง
2. การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการยกระดับความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการจัดหาพลังงานให้เพียงพอสำหรับการลงทุนที่รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว และเร่งรัดกระบวนการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) ควบคู่ไปกับการพัฒนากลไกการส่งเสริมพลังงานทางเลือก/พลังงานสะอาด
จะเห็นว่า พลังงานสะอาดยังเป็นสิ่งที่ภาครัฐจะต้องให้การส่งเสริมเพื่อสร้างจุดแข็งในการดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ ซึ่งในธุรกิจผู้ผลิตพลังงานสะอาด บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) นับเป็นบริษัทที่มีความพร้อมและมีความแข็งแกร่งทางการเงิน
โดยนายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทฯได้รับเงินจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทย่อย คือ HBRE Gia Lai Wind Joint Stock Company ให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ Levanta Vietnam Pte. Ltd. และ Levanta Holding 2 Pte. Ltd. (กลุ่ม LEVANTA) บริษัทในเครือ Actis Energy Fund 5 กองทุนพลังงานในประเทศอังกฤษ คิดเป็นสัดส่วนรวม 80% มูลค่ารวมทั้งสิ้น 31.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 985.31 ล้านบาท
โดยการจำหน่ายหุ้นดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้รับไปใช้ชำระคืนหนี้สินจากสถาบันการเงิน เพื่อลดภาระดอกเบี้ย นำไปขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในอนาคต รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ HBRE Gia Lai Wind Joint Stock Company เป็นผู้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในประเทศเวียดนาม โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ภายใต้โครงการ HBRE Chu Prong Wind Farm กำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ ที่อำเภอ Chu Prong จังหวัด Gia Lai ประเทศเวียดนาม โดยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 64
"เม็ดเงินที่ได้รับในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวด้านกระแสเงินสด เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ลดภาระต้นทุนทางการเงิน และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในด้านการสร้างรายได้ใหม่ สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต" นายจอมทรัพย์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีกระแสเงินสดในระดับที่เพียงพอ และมีวงเงินกู้ยืมที่สามารถรองรับการขยายการลงทุนในโครงการใหม่ นอกจากนี้ SUPER ยังมีรายได้ประจำจากการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าที่ได้รับการประมูลในประเทศไทย รวมกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จำนวน 185 เมกะวัตต์ สนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลประกอบการในระยะยาวและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตาม PPA รวม 2,069.25 เมกะวัตต์ ขณะที่มีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว 1,432.28 เมกะวัตต์และตั้งเป้าหมายในปี 2569 เพิ่มกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์เป็น 1,531.28 เมกะวัตต์ จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามกำลังการผลิตรวม 99 เมกะวัตต์