จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : ยางไทยเร่งเครื่อง ฝ่าด่าน EUDR ผนึกผู้ผลิตภูมิภาค เสริมอำนาจต่อรอง TEGH ปักธงรายได้ 2.3 หมื่นล้าน


19 กุมภาพันธ์ 2569

TEGH รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH)
เติบโตแข็งแกร่ง ผู้ผลิตยางแท่งมาตรฐาน EUDR หลังกระทรวงเกษตรฯ ผนึก IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล ตั้งเป้ารายได้รวมปี 69 โต 10% แตะ 23,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นางสาวปภัชญา ยุทธเจริญกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (IRCo) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการหารือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานของ IRCo รวมถึงความร่วมมือในอนาคตระหว่างกัน เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและอำนาจต่อรองในตลาดโลก

เนื่องจากสถานการณ์ยางพาราในปัจจุบัน ตลาดยังคงเป็นของผู้ซื้อ (Buyer's Market) โดยมีจีนเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดราว 7.5 ล้านตัน ตามด้วยสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ทำให้ไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

1) มาตรการ EUDR ของสหภาพยุโรป ซึ่งจัดยางพาราเป็นพืชชนิดที่ 7 ที่ต้องตรวจสอบย้อนกลับว่าไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ไทยต้องเร่งปรับตัวเรื่องเอกสารสิทธิ์และระบบตรวจสอบ ปัจจุบันในประเทศไทย มีการทำโครงการนำร่องในจังหวัดสงขลา (น้ำยางสด) และจังหวัดเลย (ยางก้อนถ้วย) เพื่อให้เห็นภาพการเคลื่อนย้ายสินค้าที่ตรวจสอบได้จริง

2) คู่แข่งใหม่ประเทศโกตดิวัวร์ ซึ่งมีผลผลิตที่โตขึ้น 20% ต่อปี และได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีจากจีน

โดยนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ซึ่งผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและผู้ประกอบกิจการยางพาราไทยมีการจัดการข้อมูลยางพาราอย่างเป็นระบบ รองรับกฎระเบียบ EU Deforestation-free Products Regulation (EUDR) และมาตรฐานระดับสากลต่าง ๆ

ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายมุ่งเน้นการปรับบทบาทประเทศไทยจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น ไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางพาราที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและยั่งยืน มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางพารา อาทิ ท่อยางธรรมชาติสำหรับงานชลประทานที่มีความทนทานสูงภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยยึดหลักการพัฒนาตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อีกทั้ง IRCo มุ่งเน้นด้านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เป็นหลัก ซึ่งมีแนวคิดในการขยายความร่วมมือโดยดึงประเทศผู้ผลิตอื่น ๆ เช่น เวียดนาม หรือ เมียนมา เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในตลาดโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แนวทางการพัฒนาธุรกิจยางพาราของกระทรวงฯ สนับสนุนผลงานของ บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการผลิตพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์แบบครบวงจร  โดยนางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการระบุปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% แตะระดับ 23,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) โดยมีการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์

โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ มีโอกาสที่ยอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) จากปริมาณขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 280,000-290,000 ตัน จากความต้องการของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศทั้ง จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะยังคงรักษาสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ได้ที่ 30-40% จากการที่ลูกค้าฝั่งยุโรป และประเทศอื่นๆ ยังมีความต้องการอยู่ โดยสหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้ EUDR ในวันที่ 30 ธันวาคม 69 นี้

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวสินค้ายางแท่งที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Block Rubber Carbon Neutral) ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อที่ต้องการใช้วัตถุดิบที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับกับมาตรการ CBAM ที่เริ่มบังคับใช้แล้วในปีนี้

"ปี 2569 ทิศทางธุรกิจ TEGH มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มีโอกาส All Time High ทั้งด้านรายได้รวม และยอดขายยางแท่ง และบริษัทฯ จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งรอบด้าน ทั้งธุรกิจยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทน รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่วนการ Spin-Off บริษัทย่อย TEBP เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ยังคงเดินหน้าตามแผน เพื่อเสริมฐานการเงินและเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต" นางสาวสินีนุช กล่าว