Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 18-02-2569 (“สารัชถ์ รัตนาวะดี” รวยแล้วรวยอีก!)


18 กุมภาพันธ์ 2569

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 18-02-2569 (“สารัชถ์ รัตนาวะดี” รวยแล้วรวยอีก!)

Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ.jpg

***18-02-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอ

***แปลก!เรื่องแบบนี้มีจริงๆ ด้วย!!!! เรื่องของ CPN  สารตั้งต้นเริ่มจากที่ประชุมบอร์ดลงมติเมื่อ 8 ส.ค.68 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน โดยจํานวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 111,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นจํานวนไม่เกินร้อยละ 2.47 ในวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อในตลาดหลักทรัพย์ ระหว่าง 18 ส.ค.– 17ก.พ.69

***ตอนนี้ โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วในวันที่ 17 ก.พ.69 โดยบริษัทฯ ไม่มีการซื้อหุ้นคืน .มีการชี้แจงว่า เมื่อพิจารณาถึงจุดประสงค์หลักที่บริษัทฯ เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน คือ บริษัทฯ ต้องการส่งสัญญาณให้ตลาดเห็นว่าราคาหุ้นของบริษัทฯ ตํ่ากว่าที่ควรจะเป็นไม่สอดคล้องกับผลการดําเนินงานที่ดีของบริษัทฯ

อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่บริษัทฯ เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินมาระยะเวลาหนึ่งแล้วพบว่าราคาหุ้นของบริษัทฯ ทยอยปรับตัวดีขึ้นจากเดิมที่ราคาลดลงอยู่ในระดับตํ่ากว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นดังนั้นบริษัทฯ จึงไม่ดําเนินการซื้อหุ้นคืนในช่วงระยะเวลาดังกล่าว...ฮาาาา เรื่องนี้ทำให้เจ๊ได้เปิดสมองรับรู้เรื่องราวใหม่ๆ ในวงการตลาดทุน

***ถ้าจะพูดถึงนักธุรกิจในยุคนี้ เจ๊จิ๋มว่าชื่อของ “เสี่ยกลาง-สารัชถ์ รัตนาวะดี” ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GULF คงติดโผอันดับต้นๆ แบบไม่มีใครเถียง เพราะสิ่งที่เจ้าตัวกำลังทำ ไม่ใช่แค่สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มกำลังผลิต แต่คือการค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์อาณาจักรใหม่ ที่เชื่อมพลังงาน สื่อสาร และการเงินเข้าหากันอย่างแนบเนียน

***ล่าสุดหมากที่ทำให้ตลาด “ตาโต” มากที่สุดในช่วงต้นปี 2569 ก็คือการที่ GULF รุกเข้าถือหุ้น KBANK จนสัดส่วนแตะระดับประมาณ 10% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับต้นๆ ทันที

***ถามว่าแค่ถือหุ้นแบงก์มันตื่นเต้นตรงไหน? ถ้าเป็นนักลงทุนทั่วไป อาจมองว่าได้ปันผลปีละหลายพันล้านก็น่าพอใจแล้ว แต่สำหรับดีลนี้ เจ๊มองว่า “เงินปันผลเป็นแค่ของแถม” ของจริงคือสถานะความเป็น Strategic Investor ที่เปิดประตูให้ GULF เข้าไปนั่งอยู่กลางโต๊ะการเงินของประเทศ

***นอกจากนี้ยังมีส่วนต่างของราคาหุ้นที่ GULF เข้าไปชื้อ KBANK กูรูคาดว่า GULF ทยอยซื้อที่ระดับราคาประมาณ 140 - 170 บาท (โดยราคาซื้อสูงสุดในช่วงสิงหาคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 169.5 บาท จนล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เข้าซื้อหุ้น KBANK เพิ่มอีก 2,949,600 หุ้น โดยใช้เงินราว 581 ล้านบาท ที่ราคาซื้อล่าเฉลี่ย 197บาทต่อหุ้น จนมีสัดส่วนรวมปัจจุบัน 10.03% (235.8 ล้านหุ้น)

***ทันทีที่ข่าวการถือหุ้นชัดเจน ราคาของ KBANK วิ่งแรงผิดหูผิดตา วอลุ่มแน่น ขาใหญ่จากต่างชาติหันขวับ! กลับมามองใหม่ เพราะการมี GULF เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ได้แปลว่าแค่มีทุนหนุนหลัง แต่แปลว่าธนาคารกำลังจะถูกเชื่อมเข้าไปใน ecosystem ขนาดใหญ่ ที่มีทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ดาต้า และโทรคมนาคมรองรับอยู่แล้ว

***ลองคิดภาพง่าย ๆ วันนี้ GULF มีสายไฟ มีโรงไฟฟ้า มีดาต้าเซ็นเตอร์ มีโครงข่ายสื่อสารผ่านการถือหุ้นใน ADVANC และยังมีดาวเทียมผ่าน ไทยคม พอเติม KBANK เข้ามา เท่ากับเติม “ท่อการเงิน” เข้าไปในระบบทันที

***ตลาดจึงไม่ได้มองว่า GULF แค่ซื้อหุ้นแบงก์ แต่กำลังซื้อ “กุญแจ” ไปสู่โลก Virtual Bank และ Fintech ในอนาคต เพราะถ้าวันหนึ่งบริการการเงินถูกผนวกเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล โครงสร้างลูกค้าของ ADVANC และฐานข้อมูลมหาศาลของ KBANK จะกลายเป็นทรัพยากรที่ทรงพลังมาก และนั่นทำให้ดีลนี้ถูกตีความไปไกลกว่าตัวเลข10%

***อย่าลืมว่าในเชิงบัญชี หากราคาหุ้น KBANK และ ADVANC ปรับขึ้น มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของ GULF ก็ขยับขึ้นตามไปด้วยทันที เพราะนี่คือ Big Cap ที่ถือ Big Cap ด้วยกันเอง ดังนั้นทุกครั้งที่ KBANK วิ่ง ตลาดจึงไม่ได้ดีใจแค่ฝั่งแบงก์ แต่ฝั่ง GULF ก็รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ

***อีกมุมที่เจ๊มองว่าน่าสนใจ คือภาพใหญ่ของพลังงานสะอาดกับดิจิทัล วันนี้โลกของ Data Center ต้องการไฟฟ้าที่เสถียรและปริมาณสูง GULF มีของอยู่แล้ว เมื่อผนวกกับพันธมิตรระดับโลกและโครงข่ายสื่อสารผ่าน ADVANC บวกกับศักยภาพทางการเงินจาก KBANK ภาพ ecosystem จึงเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่านี่ไม่ใช่บริษัทพลังงานธรรมดา แต่กำลังค่อย ๆ ขยับไปสู่ Tech Infrastructure Company เต็มตัว

***การที่ราคาหุ้น KBANK ตอบรับแรงซื้ออย่างมีนัยสำคัญหลัง GULF เข้าไปถือหุ้น จึงสะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อ “เจ้ามือรายใหญ่” มากกว่าปัจจัยพื้นฐานระยะสั้น เพราะนักลงทุนกำลังเดิมพันกับวิสัยทัศน์ระยะยาว ว่าการมีผู้ถือหุ้นอย่าง GULF จะช่วยเร่งสปีดการเปลี่ยนผ่านของธนาคารสู่ยุคดิจิทัลได้เร็วขึ้น

***สุดท้ายแล้ว สำหรับคนที่ถือหุ้นกลุ่มนี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็น GULF หรือ KBANK เจ๊มองว่าไม่ได้ถือแค่หุ้นโรงไฟฟ้าหรือหุ้นแบงก์ แต่กำลังถือโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ของประเทศเอาไว้ในพอร์ต เพราะเมื่อพลังงาน เชื่อมกับดาต้า และดาต้าเชื่อมกับการเงิน เม็ดเงินและโอกาสจะหมุนอยู่ในวงจรเดียวกัน

***ในเกมนี้ การถือหุ้น KBANK 10% อาจเป็นแค่หนึ่งหมากบนกระดาน…แต่เป็นหมากที่ทำให้ทั้งกระดานขยับแรงที่สุดในรอบหลายปีเลยล่ะ!!!

*** ปิดท้ายกับผลงานปี 68 ของ GULF           
 (หน่วย : พันบาท)

งบการเงิน                                                    

                                     12 เดือน

                                     ตรวจสอบ

สิ้นสุดวันที่                                          31 ธันวาคม

ปี                                                 2568         2567

กำไร (ขาดทุน)                       79,997,768            0

ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ *

กำไร (ขาดทุน)                             5.35               0.00

สุทธิต่อหุ้น (บาท)