รายงานพิเศษ : NKT ทุ่มงบลงทุนกว่า 280 ลบ. ซื้อเครื่องมือแพทย์-เพิ่มศักยภาพ รองรับการเติบโตของอุตฯ สุขภาพ

บมจ.โรงพยาบาลนครธน (NKT) เดินหน้าพัฒนาศักยภาพ ทุ่มงบลงทุนกว่า 280 ล้านบาทปรับปรุงเครื่องจักร ลงทุนเครื่องมือแพทย์ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพ
แพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ บมจ.โรงพยาบาลนครธน (NKT) ระบุ ในปี 69 บริษัทเตรียมงบลงทุนรวม 282 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการขยายเตียง 64 ล้านบาท แผนปรับปรุงส่วนขยายเพิ่มศักยภาพ 24 ล้านบาท แผนปรับปรุงระบบเครื่องจักรและสาธารณูปโภค 33 ล้านบาท และงบลงทุนเครื่องมือแพทย์ใหม่และทดแทน มูลค่า 161 ล้านบาท เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพ และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
และตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตในอัตรา 10-15% จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ทั้งการเปิดให้บริการโรงพยาบาลนครธน 2 อย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 68 ทำให้มีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง รวมถึงการเตรียมเปิดโครงการ นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ ในช่วงกลางปี 69 และแผนเปิดหอพักผู้ป่วยในแบบ VIP ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายเตียงโรงพยาบาลนครธน จะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วย และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในด้านการขยายตลาด บริษัทเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ โดยภายในประเทศเน้นสร้าง แบรนด์ของกลุ่มโรงพยาบาลนครธน เพื่อเสริมการรับรู้ในมาตรฐานการรักษา เพิ่มการจดจำ และบริหารต้นทุนการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์เฉพาะทางที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ ศูนย์กระดูกสันหลัง ศูนย์มะเร็ง ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ ศูนย์สุขภาพเด็ก ศูนย์สุขภาพสตรี ขณะที่ตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ จากลูกค้าหลักในกลุ่มจีน (expat) และพม่า พร้อมแผนขยายฐานลูกค้าจากบังกลาเทศ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากต่างประเทศเติบโต 15% จากปี 68
ขณะที่ รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการ NKT ระบุ แผนการดำเนินธุรกิจปี 69 บริษัทเตรียมเปิดโครงการ "นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์" ในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งเป็นโครงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม รวมถึงแผนเปิดหอพักผู้ป่วยในแบบ VIP ในไตรมาส 2/69 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายเตียงโรงพยาบาลนครธน เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วยและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดยกลยุทธ์หลักของ NKT มุ่งเน้นการเติบโตผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ พร้อมตอกย้ำความเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการรักษาโรคยากซับซ้อน โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพควบคู่การลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษา เพิ่มความแม่นยำ และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้รับบริการในระยะยาว
ด้าน บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์โดยระบุว่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้ว่าเราจะลดการคาดการณ์รายได้ของโรงพยาบาลลง เนื่องจากเราเลื่อนการเพิ่มจำนวนเตียงสำหรับ NKT1 และศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะยาวไปเป็นครึ่งหลังของปี 69 แต่โครงการต่างๆ และการเพิ่มจำนวนเตียงใน SSO น่าจะยังคงขับเคลื่อนการเติบโต ตั้งแต่ปี 69-70 เป็นต้นไป