รายงานพิเศษ : PTG ผลงานรีบาวด์ชัดเจน เดินทาง-เลือกตั้งหนุนยอดขายน้ำมัน “กาแฟพันธุ์ไทย” เครื่องยนต์ใหม่

บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ผลงานดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากเดินทางการเลือกตั้งท้องถิ่นและเลือกตั้งระดับประเทศ และเริ่มเห็น Economy of Scale จากการขยายสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทย หนุนการเติบโตที่แข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด คาดบมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) จะกลับมารายงานกำไรไตรมาส 4/68 โดดเด่นอีกครั้งที่ 347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 70%จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นตามช่วงฤดูกาล และการขยายกาแฟพันธุ์ไทยอย่างต่อเนื่อง
1. คาดปริมาณขายอยู่ที่ 1.7 พันล้านลิตร เพิ่มขึ้น 2.3% จากปีก่อน เพิ่มชึ้น 10% จากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามผลของฤดูกาลช่วงปลายปีที่มีการสัญจรเพิ่มขึ้น ขณะที่ 2. Gross Margin คาดว่าจะยังทรงตัวที่ระดับ 1.7 บาทต่อลิตร
3. ธุรกิจ Non Oil คาดมีกำไรขั้นต้นที่ 1.8 พันล้านาท เพิ่มขึ้น 80%จากปีก่อน เพิ่มขึ้น 4% จากไตจรมาสก่อน ยังคงขยายตัวได้ดี จากการขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทย โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งสิ้นกว่า 2,151 สาขา
4. SG&A คาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาสก่อน ที่ 4.1 พันล้านบาท คาดว่าอาจจะเริ่มเห็นการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น และไม่ได้เร่งการส่งเสริมการขายมากนัก ภาพ Brand ของพันธุ์ไทยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 1/69 ยังคาดว่าจะยังดีต่อเนื่อง จากปริมาณขายน้ำมันในไตรมาส 1 อาจจะยังทรงตัวได้จากช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีประชาชาตื่นตัวและมีการหาเสียง รวมถึงการเดินทางกลับไปเลือกตั้ง จึงมองว่าปริมาณการสัญจรจะยังอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนี้การขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทย ยังมีอย่างต่อเนื่อง เริ่มเห็น Economy of Scale ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35%จากปีก่อน
ดังนั้นจึงคงราคาเป้าหมายปี 69 ที่ 11.50 บาท อิง Avg PER ที่ 14 เท่า และคงคำแนะนำ Trading Buy แนวโน้มไตรมาส 4 กำไรเติบโต โดดเด่น ระยะยาว ภาพ Brand ของพันธุ์ไทยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เริ่มเห็น Economy of Scale รายได้เพิ่มมากกว่าค่าใช้จ่ายขยายสาขา
ขณะที่ บล.ทิสโก้ คาดการณ์ว่า PTG จะรายงานการเติบโตของกำไรอย่างแข็งแกร่งทั้งจากไตรมาสก่อน และจากปีก่อน ในไตรมาส 4Q25F ซึ่งน่าจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดในระยะสั้น โดยเราประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% จากไตรมาสก่อน และ 51% จากปีก่อน
ซึ่งค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (SG&A) อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนโมเมนตัมการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้ แม้ธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันจะมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/68 โดยเฉพาะ Punthai Coffee ซึ่ง PTG เปิดสาขาใหม่ 266 แห่งในไตรมาส 4/68 เทียบกับ 243 แห่งในไตรมาส 3/68 และ 221 แห่งในไตรมาส 4/67 แต่ค่าใช้จ่าย SG&A คาดว่าจะทรงตัว จากไตรมาสก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและการใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลง
ขณะเดียวกัน ไตรมาสนี้ยังเป็นช่วงฤดูกาลที่แข็งแกร่งของธุรกิจน้ำมัน โดยคาดว่า ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน (ทรงตัว จากปีก่อน) ขณะที่กำไรขั้นต้นจากน้ำมันคาดว่า จะลดลงเพียงเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 1.65 บาทต่อลิตรในไตรมาส 4/68 เทียบกับ 1.69 และ 1.65 บาทต่อลิตรในไตรตมาส 3/68 และไตรมาส 4/67 ตามลำดับ
และคาดว่าโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยในไตรมาส 1/69 แม้ว่าปริมาณขายน้ำมันจะยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง จากปัจจัยฤดูกาลและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นภายหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด อย่างไรก็ตามเราคาดว่าอัตรากำไรน้ำมันจะปรับลดลง โดยข้อมูลจาก EPPO ระบุว่า margin น้ำมันขายปลีกและดีเซลลดลง 0.05 บาท และ 0.11 บาทต่อลิตรตามลำดับ บนฐาน QTD ในไตรมาส 1/69 แม้ค่าใช้จ่าย SG&A อาจออกมาดีกว่าคาดในไตรมาส 4/68 แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาส 1/69 เนื่องจากโดยปกติ PTG จะมี SG&A เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ในไตรมาสแรก จากการขยายธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันอย่างต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับงาน Buriram Grand Prix
ทั้งนี้คงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ PTG โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 7.30 บาท อิงจากการประเมินมูลค่าเฉลี่ยระหว่างอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ 14.0 เท่า (8.5 บาท) และการประเมินมูลค่าตามวิธีการคิดลดกระแสเงินสด (DCF) (6.2 บาท) ความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง การเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ