จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : NER หุ้นยางพาราอนาคตสดใส ปันผลสูง 6-7% PER ต่ำ โบรกฯประสานเสียงแนะซื้อ


10 กุมภาพันธ์ 2569

NER หุ้นยางพาราอนาคตสดใส_รายงานพิเศษ (เว็บ) cdhw.jpg

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER)
หุ้นยางพารา ที่มีอัตราจ่ายเงินปันผลโดดเด่น 6-7% ขณะที่ PER 2026 ต่ำเพียง 5.2 เท่า โบรกเกอร์แนะนำซื้อ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์สถานการณ์ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) โดยคาดกำไรปกติที่ 225 ล้านบาท ลดลง 53% จากปีก่อน และลดลง 33% จากไตรมาสก่อน จาก 1. คาดรายได้ 7.2 พันล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อน เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน จากปริมาณการขายราว 124,000 ตัน ลดลง 9%จากปีก่อน เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน ขณะที่คาดราคาขายเฉลี่ย 58 บาท ต่อกิโลกรัม ลดลง 12% จากปีก่อน ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน

2. คาด GPM ที่ 8.4% เทียบกับไตรมาส 4/67 ที่ 8.8% เทียบกับไตรมาส 3/68 ที่ 8.9%) อ่อนตัวตามราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงและจากเงินบาทแข็งค่ากระทบต่อราคาส่งออก 3. SG&A/sales เพิ่มเป็น 3% (เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/67 1.8%, ไตรมาส 3/68 2.1%) จากค่าขนส่งและค่าเซส (ภาษีส่งออก) สูงขึ้นตามปริมาณการส่งออก

ทั้งนี้ คาดมีรายการพิเศษจากค่าสินไหมชดเชยไฟไหม้จำนวน 159 ล้านบาท และ FX gain 20 ล้านบาท จึงคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อน

หากผลประกอบการไตรมาส 4/68 เป็นไปตามคาด จะทำให้มีกำไรสุทธิ ปี 68 อยู่ที่ 1,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าประมาณการปัจจุบันราว 4% คาดเงินปันผลครึ่งปีหลัง ที่ 0.31 บ./หุ้น รวมทั้งปี 68 เท่ากับ 0.36 บาทหุ้น คิดเป็น yield 7.6%/ปี

เบื้องต้นเราคาดกำไรปกติไตรมาส 1/69 ลดลงจากปีก่อน แต่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากฐานราคาขายที่สูงถึง 68.4 บาทต่อกก. ในไตรมาส 1/68 ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ขณะที่ราคายางในปัจจุบันปรับลดลง ทำให้คาดราคาขายเฉลี่ยไตรมาส 1/69 อยู่ที่ราว 60 บาทกก. ลดลงจากปีก่อน แต่ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน  ด้านปริมาณขาย คาดอยู่ที่ราว 120,000 ตัน ลดลงจากปีก่อน และลดลงจากไตรมาสก่อน คาดแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบลดลง ช่วยหนุน GPM ฟื้นตัวตามทิศทางต้นทุนที่ผ่อนคลายลง

คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 6.10 บ. จุดเด่น คือ เป็นหุ้นปันผลสูงราว 7-8% ต่อปี เราคาดกำไรสุทธิ 2026F ราว 2 พันลบ. เติบโต 9% โดยบริษัทตั้งเป้าปริมาณการขาย 69 ที่ 500,000 ตัน เพิ่มขึ้น 5% จากความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งลูกค้าเก่าและการขยายฐานลูกค้าใหม่ในตลาดอินเดีย โดยเรามองว่าบริษัทสามารถบริหารอัตรากำไรได้ดีกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมยางพารามีความผันผวนสูง

ขณะที่ บล.หยวนต้า ก็คาดการณ์ว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 คาดกำไรปกติอยู่ที่ 356 ล้านบาท เติบโตถึง จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงจากปีก่อน จากฐานสูง โดยหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ได้แรงหนุนจากปริมาณขายที่สูงถึง 122,000 ตัน และการรับจ้างผลิตได้ กยท. ซึ่งช่วยผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 10.6% คาดรับรู้เงินเครมประกันจากเหตุอัคคีภัยหลังภาษีราว 88 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนใน 4Q25

ซึ่งมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ NER คาดกำไรสุทธิปี 69 เติบโต 8.0% จากปีก่อน สู่ระดับ 1,974 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการยางพาราที่สูงขึ้นและมาตรการ EUDR ที่จะเริ่มบังคับใช้ในช่วงปลายปี และยังไม่รวมกำลังการผลิตใหม่ไว้ในประมาณการ คาดผลตอบแทนเงินปันผลครึ่งหลังปี 68 ที่ 6.6% และซื้อขายที่ PER2026 ต่ำเพียง 5.2  เท่า คงคำแนะนำ “ซื้อ”

NER