เรื่องเด่นวันนี้

OR โดดเด่นไม่หยุด โบรกฯ อัพเป้ากำไรปี 69 พุ่ง 1.17 หมื่นลบ. ชูผลตอบแทนปันผล 4.3-4.7% ในช่วง 2 ปี


11 กุมภาพันธ์ 2569

OR โดดเด่นไม่หยุด_S2T (เว็บ)_0.jpg

OR อวดงบไตรมาส 4/68 ดีกว่าคาด! นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 69 ขึ้น 8% เป็น 1.17 หมื่นล้านบาท หลังกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรพุ่ง เชียร์ ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 18.00 บาท ชูเป็นหุ้นให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับ 4.3-4.7% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการ OR ปี 2569 ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิขึ้น 8% เป็น 1.17 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.13 หมื่นล้านบาทในปี 2568 หลักๆเพื่อสะท้อนสมมติฐาน กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้นชดเชยปริมาณขายน้ำมันในต่างประเทศที่อ่อนตัว ขณะที่ประเมินกำไรสุทธิโตอีก 5% ในปี 2570 หนุนโดยปริมาณขายน้ำมันที่เติบโต

โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 18.00 บาท (เดิม 16.00 บาท) ทั้งนี้ OR ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 68 ที่ 0.3 บาทต่อหุ้น (สะท้อนอัตราตอบแทนที่ 2.2%) ขึ้น XD วันที่ 23 ก.พ.69 โดยมองว่า OR จะเป็นหุ้นปันผลที่มีความน่าเชื่อถือที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับ 4.3%-4.7% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า

สำหรับกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 21% จากไตรมาสก่อน ดีกว่าฝ่ายวิจัยคาด 14% และตลาดคาด 12%  จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตร (GP/litre) ที่สูงกว่าคาด โดยบริษัทมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้

1. ธุรกิจ Mobility เห็นปริมาณขายน้ำมันในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ขณะที่ GP/litre ทรงตัวสูง จากไตรมาสก่อน ส่วน ธุรกิจ Lifestyle รายงาน EBITDA ที่อ่อนตัวจากไตรมาสก่อน ตามค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขายที่สูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล

2. ธุรกิจ Global รายงาน EBITDA ที่เป็นลบหลักๆตามปริมาณขายน้ำมันรวมในกัมพูชาและฟิลิปปินส์ที่ลดลงแรง ขณะที่ GP/litre ลดลงในทุกตลาด นอกจากนี้ บริษัทรายงานการตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) ของการลงทุนในบริษัทร่วมในไตรมาสนี้ด้วย

3. เชื่อว่าบริษัทจะเห็นปริมาณขายน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้นในไตรมาส 1/69 เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากการบริโภคที่สูงขึ้นหลังมีการเลือกตั้ง ขณะที่ คาด GP/litre จะทรงตัวในระดับสูงได้จากแรงกดดันที่น้อยลงจากการที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (oil fuel fund) มีสถานะที่แข็งแกร่งขึ้น

OR