Smart Investment

ส่องพอร์ต "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" ล่าสุดดอดเก็บหุ้น WASH พบรับผลตอบแทน 2 เด้ง!


31 มกราคม 2569

ส่องพอร์ต_info-ปก_0.jpg

จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH ล่าสุด พบว่า "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" เจ้าของเครือซัมมิทฟุตแวร์ ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ รวมทั้งมีฐานะเป็นพี่ชายของ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และเป็นอาของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยได้เข้ามาถือหุ้นจากเดิมไม่เคยปรากฏรายชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ WASH ณ วันที่  26 ธ.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันที่ปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อรับสิทธิเงินปันผลระหว่างกาล

โดยล่าสุด "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" ถือหุ้น จำนวน 3,683,600 หุ้น คิดเป็น 1.04%

ทั้งนี้ จากข้อมูลย้อนหลัง ยังพบว่า WASH ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.0722 บาท/หุ้น โดยวันที่จ่ายปันผลวันที่ 9 ม.ค. 69 และจ่ายปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 68 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 68 ดังนั้น "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" จะได้รับสิทธิเงินปันผลระหว่างกาลในงวดดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้การเคลื่อนไหวราคาหุ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 ถึงเดือนม.ค.69 พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 11.11% ทำให้ประเมินได้ว่า บุคคลข้างต้นน่าจะได้รับผลตอบแทนในครั้งนี้ ทั้งจากเงินปันผลระหว่างกาล และส่วนต่างราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

ปัจจุบันยังมีพอร์ตลงทุนหุ้นของ "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก จำนวน 8 หุ้น ประกอบด้วย

AIRA   304,169,101  หุ้น คิดเป็น 4.82%       

APURE   298,776,030  หุ้น คิดเป็น 31.18%     

CV   7,678,150   หุ้น คิดเป็น 0.90%            

GRAMMY   22,720,000  หุ้น คิดเป็น  2.77%    

JPARK   2,211,000  หุ้น คิดเป็น 0.55%            

PF   344,933,765  หุ้น คิดเป็น 3.45%       

RABBIT-P   67,000,000  หุ้น คิดเป็น 0.28%      

WASH   3,683,600  หุ้น คิดเป็น 1.04%            

อนึ่ง นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า กลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกมากยิ่งขึ้น คือ

1. ขยายธุรกิจด้วยการเปิดร้าน WashXpress 100 สาขาใหม่ ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทยในปีนี้ จากปัจจุบันมี 591 สาขาใน 21 จังหวัดหลัก จึงวางแผนว่า 50-60% ของสาขาใหม่จะเปิดใน 21 จังหวัดเดิม เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และ เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่าย บริการ และเดินหน้ารุกสู่ภูมิภาคสำคัญอย่างภาคเหนือ และภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจว่า มาตรฐาน Olympics Standard จะเข้าถึงผู้บริโภคในทุกจุดยุทธศาสตร์

2. ตอกย้ำ 7 เสาหลัก “Olympics Standard” ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณภาพของร้าน WashXpress ในทุกสาขา ยกระดับสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมร้านสะดวกซัก เพื่อการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้บริการสะดวกซัก ประกอบด้วย

Hygiene Standard : ความสะอาดของถังซักระบบอัตโนมัติ และ การดูแลร้านโดยพนักงานตลอดวัน

Service Standard : บริการระดับมืออาชีพ ทั้งซัก-อบ-พับ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกที่

Environmental Standard : ติดแอร์ในร้านให้เย็นสบายในช่วงกลางวันใน 100 สาขาใหม่ โดยปัจจุบันทดลองติดแอร์ไปบางส่วน และ เห็นยอดที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้มองว่ากลยุทธ์การติดแอร์จะทำให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโตต่อเนื่อง

Support Standard : มั่นใจด้วยทีม Call Center ตัวจริงที่แสตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

Digital Standard : แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ใช้ง่ายปลอดภัย พัฒนาจากข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้า

Safety Standard : ร้านสว่าง โปร่ง ปลอดภัย พร้อมระบบ CCTV รอบทิศทาง 24 ชั่วโมง

Quality Consistency : การบริหารร้านเองด้วยทีมงานของบริษัทเพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกสาขาแก่ลูกค้า

3. ชูโมเดลการเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store) ที่ไม่ขายแฟรนไชส์ ซึ่งทำให้มีจุดเด่นในการควบคุมมาตรฐานของร้านทุกสาขาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยปัจจุบันมี 79 สาขาที่เป็นแฟรนไชส์

4. สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ “ร้านพี่วัว WashXpress” ให้เด่นชัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ขยายฐานกลุ่มลูกค้าเป็นการช่วยการสร้างยอดขาย และ ต่อยอดไปสู่การทำแคมเปญสื่อสารทางการตลาดที่มีความน่าสนใจ เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ในปีนี้จะมี แคมเปญต่างๆ ตลอดทั้งปี

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 25 % และ ตั้งเป้ายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบบริการ และประสบการณ์ในการใช้งาน ร้านสะดวกซักที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ได้ขยายบริการเพิ่มมากขึ้น เช่น การรีดผ้า โดยปัจจุบันทดลองไปแล้ว 10 สาขา และ การให้บริการรับส่งถึงบ้าน ซึ่งปัจจุบันทดลองไปแล้ว 2-3 สาขา โดยทั้ง 2 บริการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

โดยงบลงทุนในปี 2569 วางไว้ 400 ล้านบาท ซึ่งเน้นขยายสาขาเป็นหลัก และ ปรับปรุงสาขา ตลอดจนติดแอร์ โดยเงินลงทุนจะมาจาก IPO และ เงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งเฉลี่ยต่อสาขาใช้เงินลงทุนประมาณ 3-5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2568 งวด 9 เดือนแรก WASH มีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เติบโต 24.79% และ มีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เติบโต 50.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิ 11.70% และประกาศปันผลระหว่างกาล (งวด ม.ค.-มิ.ย. 68) จ่าย 0.0722 บาท/หุ้น ตามนโยบายของบริษัทฯ ในการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

“เราเชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายของธุรกิจร้านสะดวกซัก ที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการร้านที่รักษามาตรฐานได้สม่ำเสมอที่สุด การที่เราเลือกลงทุนในระบบ และ บริหารจัดการด้วยตัวเอง 100% เพราะไม่ได้ต้องการแข่งขันด้านราคา แต่แข่งกันด้านการมอบประสบการณ์ที่ดีสุดให้กับลูกค้า และ สมาชิกร่วม 2 ล้านคน รวมถึงสามารถมอบความไว้วางใจ ซึ่งต้องการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งนับว่าเป็นพันธกิจสำคัญของ WashXpress ในปีนี้”นายกวิน กล่าว

ส่องพอร์ต_info_0.jpg