รายงานพิเศษ : PIS พิสูจน์คุณภาพ IPO ราคายืนเหนือจอง สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน วางเป้าปี 69 รายได้เติบโต 10-15%
PIS หุ้น IPO ที่มีความโดดเด่นอย่างต่อเนื่องจากความสามารถในการรักษาระดับราคาเหนือหรือใกล้ราคา IPO ได้ยาวนานกว่าหุ้นเข้าใหม่ส่วนใหญ่ สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อพื้นฐานธุรกิจ มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น ผลงานปี69 CEO ตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 10-15%
ปี2568 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ท้าทายของหุ้น IPO แม้มีหลายบริษัทนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แต่ส่วนใหญ่ราคาหุ้นที่ซื้อขายในวันแรกจะต่ำกว่าราคาจอง และหุ้น IPO ที่รักษาระดับราคาได้เหนือราคาจอง ก็มีน้อยมากเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ หุ้น บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) นับเป็นหนึ่งในหุ้น IPO ไม่กี่ตัวที่สามารถรักษาระดับราคาได้สูงกว่าราคาจองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนมอง PIS เป็นหุ้นที่มีมูลค่าเชิงธุรกิจรองรับ
PIS เป็นบริษัทให้บริการ ICT Solutions ครบวงจร เช่น ออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อรองรับงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 20 ม.ค.68 ที่ราคา IPO 3.00 บาท/หุ้น ขณะที่เปิดตลาดราคาแตะที่ 3.90 บาท (ขึ้น 30% จากราคา IPO) โดยมีจำนวนหุ้นที่เสนอขาย 140 ล้านหุ้น และถือเป็นหุ้น IPO ตัวแรกของปี 2568 และเป็นหุ้นเดียวในเดือนมกราคม2568 ที่เข้าระดมทุนในตลาดก่อนบริษัทอื่นๆ
PIS มีการเติบโตจากราคา IPO ในช่วงแรกอย่างชัดเจน ด้วยการเปิดตลาดที่ราคาสูงกว่า IPO ถึง 20–30% โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นตาม Backlog และผลงาน ในปี 2568 แม้ปัจจุบันภาวะตลาดหุ้นจะมีความผันผวนสูง แต่ราคาหุ้น PIS ยังใกล้เคียงราคา IPO และโดยรวมยังไม่ลดลงมากเหมือนหุ้นหลายตัวในปี 2568 ดังนั้นเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในปีเดียวกัน PIS ถือว่ามีความแข็งแกร่งและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
โดยมีปัจจัยบวก จาก Backlog งานและโครงการเมกะโปรเจคของภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สนับสนุนผลประกอบการในระยะกลาง–ยาว รายได้และกำไรของบริษัทให้มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะปี 2568 รายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ PIS ได้รับความสนใจตั้งแต่เปิดจอง IPO เพราะนักลงทุนมองว่า ธุรกิจ ICT Solutions และงานโครงการภาครัฐมีแนวโน้มเติบโต เลยมีแรงซื้อหนาแน่นในวันแรกที่เข้าตลาด
ขณะที่ นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PIS ระบุ แนวโน้มในปี 69 คาดว่ารายได้จะเติบโต 10-15% โดยบริษัทมั่นใจจะได้รับงานต่อเนื่อง โดยงานบริการคลาวด์ ยังเติบโตได้ดี รวมถึง งาน ERP เติบโตต่อจากปี 68 ส่วนงานระบบรักษาความปลอดภัยทางกายภาพครบวงจร (Physical Security Solution) งานระบบเครือข่ายกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Solution) ก็ยังมีทิศทางที่เติบโตได้ดี เพราะถึงรอบที่เปลี่ยนอุปกรณ์ รวมถึงการตรวจจับใบหน้า นอกจากนี้ ยังมีงาน IT Integration Service ที่รวมถึงงานโครงการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO)
ทั้งนี้ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานรัฐ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( สำนักงาน สดช.) กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม (การรถไฟแห่งประเทศไทย, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ-ขสมก.) ,กระทรวงมหาดไทย (กฟภ.)