จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : LEO โดดร่วมโครงการ JUMP+ เพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้า- คู่ค้า-นักลงทุน หนุน EBITDA ปี 71 โตกว่า 45%


21 มกราคม 2569

การเข้าร่วม “โครงการ JUMP+” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของบมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) จะส่งผลดี สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการยกระดับธรรมาภิบาล ซึ่งผู้บริหารตั้งเป้าหมายภายในปี 71 ตัวเลข EBITDA โตไม่ต่ำกว่า 45% เมื่อเทียบกับฐานปี 68

LEO รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ผู้นำด้านการให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เดินหน้าตามแผนการเพิ่มมูลค่าธุรกิจระยะกลางถึงยาวผ่านโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสริมการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน ควบคู่กับการยกระดับธรรมาภิบาล พร้อมเสริมศักยภาพบุคลากร รองรับการขยายเส้นทางการขนส่ง รวมถึงขยายการบริการอื่นๆ เช่น Rail Transport / Non-Freight / Non-Logistics สะท้อนทิศทางการเติบโตที่เน้นทั้งด้าน Profitability, Efficiency และ Stability ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างเป็นระบบและธุรกิจยั่งยืน เพื่อผลักดันผลการเติบโตของ EBITDA ในปี 2571 ไม่น้อยกว่า 45%

LEO ประกาศลุย JUMP+ เสริมการเติบโตยั่งยืน

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO) เดินหน้าแผนการเพิ่มมูลค่าธุรกิจระยะกลางถึงยาวผ่านโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยตั้งเป้าหมายเชิงตัวเลขที่ชัดเจน มุ่งสร้างการเติบโตของ EBITDA ในปี 2571 ไม่น้อยกว่า 45% จากฐานปี 2568 และเพิ่ม EBITDA ไม่น้อยกว่า 50–55 ล้านบาท ภายในปีเดียวกัน สะท้อนทิศทางการเติบโตที่เน้นทั้งด้าน Profitability, Efficiency และ Stability ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ

"เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEO เปิดเผยว่า ในมิติการขับเคลื่อนการเติบโตจากธุรกิจหลัก LEO เดินหน้ากลยุทธ์ Develop Current Trade Lanes & New Trade Lanes โดยพัฒนาเส้นทางการขนส่งสินค้าปัจจุบันและเปิดเส้นทางใหม่อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมบริการ Sea Freight, Air Freight และ Cross-Border ทั้ง Import และ Export ในตลาดสำคัญ อาทิ India, China, USA, Canada, Intra-Asia, Europe, Japan และ Korea พร้อมเน้นเส้นทางยุทธศาสตร์ ได้แก่ ไทย–จีน, ไทย–ยุโรป และไทย–อาเซียน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของบริการโลจิสติกส์ครบวงจร และยกระดับความสามารถในการทำกำไรผ่านการให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

ลุยสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnerships) กับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนาและขยายเส้นทางการขนส่งทั้งเดิมและใหม่ การขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างมีเป้าหมาย (New Customer Focus) และการยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าผ่านการบริหารการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Customer Engagement) ครอบคลุมการใช้ CRM การจัดกิจกรรมทางธุรกิจ กิจกรรม CSR รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Eco system) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

เพิ่มสัดส่วนรายได้รวมแตะ28–30% ปี71

บริษัทฯ มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของรายได้ผ่านกลยุทธ์ Diversified Growth โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Rail / Non-Freight / Non-Logistics จากระดับ 11% ในปีฐาน 2567 เป็น 20% ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 28–30% ภายในปี 2571 โดยเฉพาะการขยายบริการ Cross-Border Rail & Truck เชื่อมภูมิภาค CLMV–China รวมถึงการพัฒนาบริการเฉพาะทาง (Niche & High Margin) อาทิ Rail Service, Cold Chain, LEO Self Storage และโครงการ LEO COLDBOTIC – Intelligent Warehouse for Wine เพื่อเพิ่ม Value Chain และสร้างความแตกต่างเชิงการแข่งขันจากการเป็นผู้ให้บริการแบบ End-to-End และ One Stop Services

ยกระดับธรรมาภิบาลสู่ธุรกิจยั่งยืน

นอกจากมิติด้านธุรกิจ LEO ยังให้ความสำคัญกับ ธรรมาภิบาล (Governance) โดยดำเนินแผนยกระดับการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ (Cybersecurity) ผ่านการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน การอบรมพนักงานทั้งองค์กร การทดสอบระบบโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก และการรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

เร่งพัฒนาบริการ "Green Logistics"

ในด้าน Climate Action บริษัทฯ จะเดินหน้าบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าจัดทำและทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1 และ 2 ตามมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) พร้อมตั้งเป้าได้รับการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) และเริ่มจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 3 (เฉพาะ Significant Categories) ภายในปี 2570 ควบคู่กับการศึกษาและดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ Solar Rooftop, EV Truck และการพัฒนา Green Logistics Solutions เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในตลาดโลก

ตั้งเป้ารายได้ Non-Logistics เพิ่มขึ้น 20–25%

สำหรับโครงสร้างรายได้ LEO ตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Logistics เพิ่มขึ้นประมาณ 20–25% ของรายได้รวม จากปีก่อนที่อยู่ในระดับราว 15% เพื่อกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจโลจิสติกส์ซึ่งขึ้นอยู่กับวัฏจักรเศรษฐกิจโลก โดยธุรกิจดังกล่าวครอบคลุมบริการคลังสินค้า และบริการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์อื่นๆ ที่สามารถสร้างรายได้และอัตรากำไรอย่างสม่ำเสมอ

“โครงการ JUMP+ จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการเพิ่มมูลค่าให้บริษัทฯ ในทุกมิติ มีการวางเป้าหมายทางธุรกิจในระยะเวลา 3 ปีที่ชัดเจน เน้นการเติบโตของ EBITDA ด้วยการให้ความสำคัญกับการขยายเส้นทางใหม่ๆ ในการให้บริการ และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ โดยมีบุคลากรของเราเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างมีธรรมาภิบาล และความยั่งยืนผ่านโครงการ Climate Action เพื่อให้ LEO เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนของเราในระยะยาว”

LEO