อดีตหุ้นใหญ่ท็อปทรี MONO "ยศวี พสวงศ์" กลับมาถือหุ้น 0.74% หลังหลุดโผไปแล้วกว่า 8 ปี
จากการสำรวจข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) MONO ล่าสุด ณ วันที่ 24 ธ.ค. 2568 พบว่า "ยศวี พสวงศ์" ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ และเป็นบุคคลที่อยู่ในตระกูลที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการส่งออกทองคำ อย่าง บริษัทห้างขายทองฮั่วเซ่งเฮง จำกัด
ทั้งนี้พบว่า "ยศวี พสวงศ์" ได้หวนคืนกลับมาถือหุ้น MONO อีกครั้ง หลังจากที่หลุดโผรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ไปตั้งแต่ปี 2560 ดังนั้นการเข้ามาถือหุ้นในรอบนี้ถือว่าเป็นอีกครั้งในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา
โดยประวัติการถือครองหุ้น MONO ถึงปัจจุบัน ดังนี้
9/03/2560 ถือครองหุ้น 55,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.64% และติดอันดับ 3 ของผู้ถือหุ้นใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าว
24/12/2568 ถือครองหุ้น 25,750,000 หุ้น คิดเป็น 0.74%
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น MONO ล่าสุดประกอบด้วย
นาย พิชญ์ โพธารามิก 1,735,592,100 หุ้น คิดเป็น 50.00%
นาย นิพนธ์ ลีละศิธร 47,600,000 หุ้น คิดเป็น 1.37%
นาย โสรัชย์ อัศวะประภา 47,400,000 หุ้น คิดเป็น 1.37%
บริษัท พรีเมียม แอสเซท จำกัด 47,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.35%
น.ส. รุจิเรศ บุญผ่องศรี 46,070,000 หุ้น คิดเป็น 1.33%
น.ส. ขวัญกมล กิจประสาน 39,744,200 หุ้น คิดเป็น 1.15%
นาย ศักดา ญาณเกียรติพงศ์ 30,200,000 หุ้น คิดเป็น 0.87%
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 28,223,815 หุ้น คิดเป็น 0.81%
นาย ยศวี พสวงศ์ 25,750,000 หุ้น คิดเป็น 0.74%
นาย ประสิทธิ์ รักไทยแสนทวี 23,297,300 หุ้น คิดเป็น 0.67%
บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผู้ฝาก 22,093,913 หุ้น คิดเป็น 0.64%
นาย สรัฐ ตันตราภรณ์ 21,200,000 หุ้น คิดเป็น 0.61%
นาย วิทูร มโนมัยกุล 20,951,700 หุ้น คิดเป็น 0.60%
น.ส. กุลณฐา แสงธนนิรมิต 20,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.59%
LGT BANK (SINGAPORE) LTD 20,367,700 หุ้น คิดเป็น 0.59%
นอกจากนี้หากพิจารณาพอร์ตลงทุน "ยศวี พสวงศ์" ปัจจุบัน ถือหุ้น 2 บริษัท ดังนี้
MONO 25,750,000 หุ้น คิดเป็น 0.74%
TPP 1,001,600 หุ้น คิดเป็น 2.67%
สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้น MONO ในรอบปี 2568 ลดลง 49.03%
อนึ่ง บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้จัดประชุมเพื่อรายงาน แนวทางในการแก้ไขเหตุแก่นักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง (Public Presentation)เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่บริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย CB เนื่องจากบริษัทย่อยผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงิน
สาเหตุเกิดจากบริษัทย่อย มีการปรับผังรายการโดยมุ่งเน้นคอนเทนต์ด้าน Sport and Lifestyle รวมถึงปรับรูปแบบการน าเสนอรายการข่าว เพื่อลดการพึ่งพาคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์จากสตูดิโอคอนเทนต์ชั้นนำ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการเจรจาต่อรองกับเจ้าของลิขสิทธ์คอนเทนต์แต่ไม่บรรลุผล จนเป็นเหตุให้มีการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทย่อยได้ผิดนัด ชำระหนี้อันเกิดจากสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้ำประกัน ในการซื้อลิขสิทธ์คอนเทนต์ภาพยนตร์ และซีรีส์จากต่างประเทศ จึงเป็นเหตุการผิดนัดในมูลหนี้จำนวน 220 ล้านบาท (มีมูลค่าคิดเป็น 8% ของสินทรัพย์รวม) ส่งผลให้สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ยืมทั้งจำนวน
แนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหา
1. เจรจากับสถาบันการเงิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอขยายระยะเวลาช าระหนี้ออกไป 2 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาจากสถาบันการเงิน โดยบริษัทฯ เชื่อว่าการเจรจาจะสำเร็จลุล่วงด้วยดี ภายในไตรมาสที่4 ปี 2568
2. แหล่งเงินทุนอื่นเพื่อมาชำระหนี้ผิดนัด จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยจากธุรกิจ MONO29 ภายหลังการปรับกลยุทธ์ด้านคอนเทนต์ใหม่และจากธุรกิจ Monomax โดยจะมีกระแสเงินสดสุทธิที่เพิ่มขึ้น จากช่วงแรกที่มีรายจ่ายเพื่อการลงทุน (ช่วงเปิดฤดูกาล EPL) โดยบริษัทฯ เชื่อว่าจะเพียงพอสำหรับการจ่ายชำระหนี้ และการดำเนินงานของบริษัท