รายงานพิเศษ : SUPER ผลงานทะยานรับปีม้า COD โรงไฟฟ้าในเวียดนาม สร้างรายได้เติบโตแข็งแกร่ง
บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ผลงานปีนี้แข็งแกร่ง เริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในเวียดนาม สร้างรายได้เติบโตอย่างมั่นคง 
เวียดนามยังคงเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน โดยในปี 2025 GDP ของเวียดนามสูงถึงประมาณ 8% แม้เผชิญอุปสรรคด้านการค้าระหว่างประเทศ และมาตรการกีดกันทางการค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของการส่งออกและการผลิตภายในประเทศที่แข็งแกร่งมากขึ้น
ส่วนปี 2026-2030 รัฐบาลเวียดนามมีเป้าหมาย ให้เศรษฐกิจเติบโตที่ระดับประมาณ 10% ต่อปี เพื่อผลักดันการบริโภคภายในและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ
ซึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตของเวียดนามได้แก่ การส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะไปยังตลาดสหรัฐฯ และตลาดหลักอื่นๆ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการผลิตที่แข็งแรง ทำให้เวียดนามยังคงเป็นฐานการผลิตหลักของหลายแบรนด์ใหญ่ในโลก เช่น อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
เศรษฐกิจเวียดนามที่แข็งแกร่ง ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะพลังงานสะอาดที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลก โดยในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์ รัฐบาลเวียดนามมีการปรับปรุงแผนพลังงาน Solar capacity มีเป้าหมายอยู่ที่ 46,459–73,416 เมกะวัตต์ภายในปี 2030 ภายใต้ Power Development Plan VIII (PDP8) ขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (Onshore Wind) ตั้งเป้าไว้ที่ 26,066–38,029 เมกะวัตต์ภายใน 2030 และ Offshore Wind ประมาณ 6,000–17,032 เมกะวัตต์ภายใน 2035 ตาม PDP8
ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในเวียดนามที่มีปริมาณมาก ส่งผลต่อภาคเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนด้านโรงไฟฟ้าในเวียดนาม โดยเฉพาะกับ บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ที่ล่าสุดบริษัทแจ้งว่า เมื่อสิ้นปี 2568 ที่ผ่านมาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมประเทศเวียดนาม "โครงการ Soc Trang Wind Power Plant Project" กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าเวียดนามแล้วจำนวน 27 เมกะวัตต์ และ ที่เหลือ 3 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าเวียดนามได้ภายในไตรมาส 1 ของปี 2569
“โครงการดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ของบริษัท พร้อมสะท้อนถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ"นายจอมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Bac Lieu ในเวียดนาม กำลังการผลิตติดตั้ง 99 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงต้นปี 2569 ส่งผลให้โครงการพลังงานลมของ SUPER ในเวียดนามมีกำลังการผลิตที่ COD แล้วรวมทั้งสิ้น 179 เมกะวัตต์ รวมทั้งอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทยที่ได้รับการประมูล รวมกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จำนวน 185 เมกะวัตต์ คาดว่าจะทยอย COD ในช่วงปี 2569-2572 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อรายได้และผลประกอบการของบริษัทฯ ในอนาคต
ซึ่งที่ผ่านมา SUPER ปรับกลยุทธ์การลงทุนโดยการขายโรงไฟฟ้าบางส่วน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาระหนี้ และนำเงินไปลงทุนในโครงการใหม่ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม ,วินดฟาร์ม และโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ทำให้มีเงินสดพร้อมลงทุน และรักษาอันดับเครดิต "BBB" จาก ทริสเรทติ้ง สะท้อนความมั่นคงของธุรกิจ และสัญญา PPA ระยะยาวทั้งในไทยและเวียดนาม