จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PTG ทุ่มงบ 4,000-4,500 ล้านบาท เน้นธุรกิจ Non-Oil ดันสร้างกำไร คาดอนาคตแตะได้ถึง 60% ของรายได้


07 มกราคม 2569

บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี่ (PTG) ทุ่มเงินลงทุนในปี 69 กว่า 4,500 ล้านบาท เน้นธุรกิจ Non-Oil หวังดันให้อนาคตสร้างกำไรแตะถึง 60% ของรายได้รวม สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ส่วนยอดขายน้ำมันปีนี้คาดโต 5-10%

PTG_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ธุรกิจร้านกาแฟและอาหารยังเป็นกิจการที่มีการเติบโต โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 2569 ธุรกิจร้านกาแฟจะเติบโตประมาณ 2% ชะลอลงจากปี68ที่ผ่านมา ตามแรงกดดันจากต้นทุนสูง (วัตถุดิบ ค่าเช่าพื้นที่ แรงงาน) และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ 

การขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟ สนับสนุนกลยุทธ์ของ PTG ที่จะปรับเพิ่มการสร้างรายได้จากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้น โดยนายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน PTG ระบุ ปีนี้ บริษัทคาดปริมาณการจำหน่ายน้ำมันอยู่ที่ 7,000 ล้านลิตร หรือเติบโตประมาณ 5-10% ส่วนธุรกิจ Non-Oil คาดยอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาท

และตั้งเป้างบลงทุน (CAPEX) ที่ 4,000-4,500 ล้านบาท เน้นการขยายตัวในธุรกิจ Non-Oil เป็นหลัก โดยจะรุกตลาดกาแฟและอาหาร ขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยมากกว่า 800 สาขา คาดหวังยอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเสริมทัพด้วยธุรกิจ "ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย" และ "ซับเวย์" ที่เริ่มสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะยาวและการปรับโครงสร้างกำไรของ PTG  ที่วางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Non-Oil ภายในปี 72 เป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นระหว่างธุรกิจ Oil และ Non-Oil ไว้ที่ 50:50 แต่หากสถานการณ์ค่าการตลาดน้ำมันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สัดส่วนกำไรจาก Non-Oil อาจพุ่งสูงไปถึง 60% ได้ในอนาคต

"สาเหตุที่สัดส่วน Non-Oil มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจในกลุ่มนี้มีการขยายตัวที่รวดเร็วกว่ากำหนด โดยคาดว่าในปีหน้าสัดส่วนกำไรจาก Non-Oil จะขึ้นไปแตะระดับเกือบ 35% ขณะที่ธุรกิจน้ำมันแม้จะมี Volume ที่สูงมาก โดยตั้งเป้าไว้ที่กว่า 7,000 ล้านลิตรในปีหน้า แต่กำไรขั้นต้นมีความผันผวนตามนโยบายและการกำกับดูแลค่าการตลาดของภาครัฐ การมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจ Non-Oil จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ PTG ใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับผลประกอบการในระยะยาว"

ส่วนการขยายตัวสู่ธุรกิจพลังงานใหม่ นอกจากธุรกิจ LPG แล้วบริษัทยังมุ่งเน้นไปที่โครงการโรงไฟฟ้า โดยเตรียมเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางรายได้

“การดำเนินงานของ PTG ในช่วงปี 2568 จนถึง 2569 เปรียบเสมือนการสร้าง "เครื่องยนต์ตัวที่สอง" (Non-Oil) ให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้บริษัทสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่ว่า "กระแสลม" ของค่าการตลาดน้ำมันจะผันผวนเพียงใดก็ตาม” นายรังสรรค์ กล่าว

PTG