เกาะติดรายใหญ่ชื่อดัง ใส่เงินเพิ่มทุน MILL หรือไม่? "เสี่ยสุระ" กอดแน่น 205 ล้านหุ้น
ตามที่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบ General Mandate จำนวน 1,584,764,336 หุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นสามัญทั้งหมด ในอัตราส่วน 5.50 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาจองซื้อ 0.08 บาทต่อหุ้น โดยวันจองซื้อและชำระค่าหุ้น วันที่ 26 พ.ย. 2568 ถึงวันที่ 2 ธ.ค. 2568 และวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่ 10 พ.ย. 2568 ที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Record date)
เมื่อสำรวจรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทล่าสุด ณ วันที่ 10 พ.ย. 2568 พบว่ามีนักลงทุนรายใหญ่ชื่อดังที่ได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ ได้แก่ "ณรงค์ชัย สิมะโรจน์" ถือจำนวน 226,069,654 หุ้น คิดเป็น 2.59% "สุระ คณิตทวีกุล" ถือจำนวน 205,641,800 หุ้นคิดเป็น 2.36% "วริศ บูลกุล" จำนวน 180,476,297 หุ้นคิดเป็น 2.07 % "เฉลิมชัย มหากิจศิริ" ถือจำนวน 53,393,164 หุ้นคิดเป็น 0.6%
ที่ผ่านมา MILL รายงานตลาดหลักทรัพย์ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2568 มีผลขาดทุนอยู่ที่ 164.26 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนเท่ากับ 2,985.64 ล้านบาท และงวด 9 เดือนมีผลขาดทุนอยู่ที่ 567.60 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนเท่ากับ 5,224.41 ล้านบาท
โดยมีคำอธิบายดังนี้ สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ประเทศไทยมียอดการบริโภค ผลิตภัณฑ์เหล็กสําเร็จรูปรวมทั้งสิ้น 4.81 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 12จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ประเทศไทยมีการบริโภคเหล็กทรงยาว 2.1 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (Bar & HR section) 1.36 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 39.2เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการบริโภคเหล็กลวด (Wire rod) อยู่ที่ 0.59 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 23.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัทมียอดขายจากผลิตภัณฑ์เหล็กรวม 110,563 ตัน มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 996 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 111 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่3 ปี พ.ศ. 2567 เนื่องจากบริษัทเริ่มผลิตต่อเนื่องจากต้นเดือนมิถุนายน บริษัทมีกําไรขั้นต้นจํานวน 22 ล้านบาท เนื่องจากมีการบริหารต้นทุนอย่างใกล้ชิด ทําให้ต้นทุนการผลิตลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่3 ปี พ.ศ. 2567 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2567
ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 211 ล้านบาท ลดลง 91 ล้านบาท บริษัทมีการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจํานวน 100 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3 ลูกค้าบางรายได้มีการชําระค่าสินค้าค้างชําระเข้ามา ทําให้การปรับปรุงการจัดชั้นลูกหนี้บาง รายให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ตํ่าลง ทําให้บริษัทสามารถกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตบางส่วนได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9เรื่องเครื่องมือทางการเงิน (TFRS9) ตามการคํานวณโดยผู้เชี่ยวชาญในการคํานวณสํารองหนี้สูญ ส่งผลให้ในไตรมาสนี้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิที่ 177 ล้านบาท แต่กําไร EBITDA ที่ 59 ล้านบาท
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 15,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 272 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปี 2567 เกิดจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น 359 ล้านบาท โดยหลักมาจากลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 146 ล้านบาท และสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 164 ล้านบาทจากการกลับมาผลิตและขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 753 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักเกิดจากเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น249 ล้านบาทจากการสั่งสินค้าสําหรับผลิตเพิ่มขึ้นและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้นจากการบันทึกดอกเบี้ยค้างจ่ายจากสถาบันการเงินในบัญชีประเภทหนี้สินหมุนเวียนอื่น โดยส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 390 ล้านบาท
จากนั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศขึ้นเครื่องหมาย CS กับหุ้น MILL กรณีผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมายข้างต้น จะต้องซื้อด้วยบัญชี Cash Balance
(คือสมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนก่อนซื้อหลักทรัพย์นั้น) ตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมายเป็นต้นไป จนกว่าจะแก้เหตุดังกล่าวได้