Smart Investment

เกาะติดรายใหญ่ชื่อดัง ใส่เงินเพิ่มทุน MILL หรือไม่? "เสี่ยสุระ" กอดแน่น 205 ล้านหุ้น


29 พฤศจิกายน 2568

ตามที่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบ General Mandate จำนวน 1,584,764,336 หุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นสามัญทั้งหมด ในอัตราส่วน 5.50 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาจองซื้อ 0.08 บาทต่อหุ้น โดยวันจองซื้อและชำระค่าหุ้น วันที่ 26 พ.ย. 2568 ถึงวันที่ 2 ธ.ค. 2568 และวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่ 10 พ.ย. 2568 ที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Record date)

เกาะติดรายใหญ่ชื่อดัง_info-ปก_0.jpg

เมื่อสำรวจรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทล่าสุด ณ วันที่ 10 พ.ย. 2568 พบว่ามีนักลงทุนรายใหญ่ชื่อดังที่ได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ ได้แก่ "ณรงค์ชัย สิมะโรจน์" ถือจำนวน 226,069,654 หุ้น คิดเป็น 2.59% "สุระ คณิตทวีกุล" ถือจำนวน 205,641,800 หุ้นคิดเป็น 2.36% "วริศ บูลกุล" จำนวน 180,476,297 หุ้นคิดเป็น 2.07 % "เฉลิมชัย มหากิจศิริ" ถือจำนวน 53,393,164 หุ้นคิดเป็น 0.6%

ที่ผ่านมา MILL รายงานตลาดหลักทรัพย์ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2568 มีผลขาดทุนอยู่ที่ 164.26 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนเท่ากับ 2,985.64 ล้านบาท และงวด 9 เดือนมีผลขาดทุนอยู่ที่ 567.60 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนเท่ากับ 5,224.41 ล้านบาท

โดยมีคำอธิบายดังนี้ สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ประเทศไทยมียอดการบริโภค ผลิตภัณฑ์เหล็กสําเร็จรูปรวมทั้งสิ้น 4.81 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 12จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ประเทศไทยมีการบริโภคเหล็กทรงยาว 2.1 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (Bar & HR section) 1.36 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 39.2เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการบริโภคเหล็กลวด (Wire rod) อยู่ที่ 0.59 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 23.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัทมียอดขายจากผลิตภัณฑ์เหล็กรวม 110,563 ตัน มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 996 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 111 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่3 ปี พ.ศ. 2567 เนื่องจากบริษัทเริ่มผลิตต่อเนื่องจากต้นเดือนมิถุนายน บริษัทมีกําไรขั้นต้นจํานวน 22 ล้านบาท เนื่องจากมีการบริหารต้นทุนอย่างใกล้ชิด ทําให้ต้นทุนการผลิตลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่3 ปี พ.ศ. 2567 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2567

ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 211 ล้านบาท ลดลง 91 ล้านบาท บริษัทมีการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจํานวน 100 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3 ลูกค้าบางรายได้มีการชําระค่าสินค้าค้างชําระเข้ามา ทําให้การปรับปรุงการจัดชั้นลูกหนี้บาง รายให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ตํ่าลง ทําให้บริษัทสามารถกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตบางส่วนได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9เรื่องเครื่องมือทางการเงิน (TFRS9) ตามการคํานวณโดยผู้เชี่ยวชาญในการคํานวณสํารองหนี้สูญ ส่งผลให้ในไตรมาสนี้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิที่ 177 ล้านบาท แต่กําไร EBITDA ที่ 59 ล้านบาท

ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 15,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 272 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปี 2567 เกิดจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น 359 ล้านบาท โดยหลักมาจากลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 146 ล้านบาท และสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 164 ล้านบาทจากการกลับมาผลิตและขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น

หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 753 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักเกิดจากเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น249 ล้านบาทจากการสั่งสินค้าสําหรับผลิตเพิ่มขึ้นและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้นจากการบันทึกดอกเบี้ยค้างจ่ายจากสถาบันการเงินในบัญชีประเภทหนี้สินหมุนเวียนอื่น โดยส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 390 ล้านบาท

จากนั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศขึ้นเครื่องหมาย CS กับหุ้น MILL กรณีผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมายข้างต้น จะต้องซื้อด้วยบัญชี Cash Balance

(คือสมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนก่อนซื้อหลักทรัพย์นั้น) ตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมายเป็นต้นไป จนกว่าจะแก้เหตุดังกล่าวได้

เกาะติดรายใหญ่ชื่อดัง_info_0.jpg