จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : “ภาคขนส่ง- ครัวเรือน” หนุน ยอดใช้ LPG ดัน WP โตต่อเนื่อง


08 มีนาคม 2566
การเดินทางท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล  หนุนยอดใช้ LPG  ดันผลงาน  บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP)  ปี  66  เติบโตต่อเนื่อง  ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 17,000  ล้านบาท  
รายงานพิเศษ WP080323.jpg
สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี ประกอบกับมีการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และคนไทยมีการเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่
          
สนับสนุนภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเดือนมกราคม 2566 อยู่ที่ 161.49 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการใช้กลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น 3.1% น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้น 102.7% น้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 7.4% NGV เพิ่มขึ้น 9.0% และการใช้กลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 1.5%  ส่วน  LPG และน้ำมันก๊าดมีการใช้ลดลง 3.8% และ 19.2% ตามลำดับ 
          
การใช้ LPG เดือนมกราคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 16.55 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.8% เนื่องจากภาคปิโตรเคมีลดลงมาอยู่ที่ 6.35 ล้านกก./วัน ลดลง 15.8% ขณะที่การใช้ในภาคขนส่ง ภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยภาคขนส่งอยู่ที่ 2.28 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น 19.7% ภาคครัวเรือนอยู่ที่ 5.96 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น 2.6% และภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.97 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น 0.1%

ยอดขาย  LPG ในภาคครัวเรือน ที่มีทิศทางที่ดีขึ้น  สนับสนุนยอดขายของ บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP)   “ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WP  มั่นใจ บริษัทมีศักยภาพการเติบโต โดยผลการดำเนินงานในปี 66 จะเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่องจากปี 65  จากการเติบโตหลักในธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 800,000 ตัน  แบ่งเป็นยอดขายภายในประเทศจำนวน 775,000 ตัน และส่งออก จำนวน 25,000 ตัน ส่วนรายได้รวมคาดว่าเติบโตไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาท  
          
นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตระยะยาว แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจหลัก LPG การขยายจุดกระจายสินค้า มุ่งสู่ธุรกิจค้าปลีกเพื่อเพิ่ม Margin และการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจพลังงานทดแทน หรือการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะอยู่ใน Trend การเติบโตในอนาคต  
         
ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทน ยังคงเป้ากำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) อยู่ที่ 20 เมกะวัตต์   
          
"ทุกๆ ปีที่ผ่านมากลุ่มผู้บริหารได้ดำเนินธุรกิจและพัฒนาศักยภาพธุรกิจตามแผนที่ได้วางไว้เพื่อสร้างการเติบโตของบริษัทฯ จึงทำให้ผลงานออกมาเป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งนับต่อจากนี้บริษัท ยังคงมุ่งขยายธุรกิจในทุกภาคส่วนให้ขยายตัว เพื่อผลักดันให้ผลการดำเนินงานในปีนี้และปีต่อๆ ไปเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น "นางสาวชมกมล กล่าว
         
ส่วนผลการดำเนินงานงวดปี 65 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ  115  ล้านบาท เพิ่มขึ้น  26 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 29.60% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 88 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 15,532 ล้านบาท และรายได้จากการขายและให้บริการเท่ากับ 15,323 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.55% จากปีก่อนอยู่ที่ 540 ล้านบาท  
         
ปัจจัยผลักดันให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มยอดขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Auto gas รวมถึงปริมาณการส่งออกช่วยหนุน อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
WP