ในช่วงที่สถานการณ์ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากปัจจัยรุมเร้ารอบด้าน ก็ได้ส่งผลให้หุ้นรายตัวปรับตัวลงหรือพักฐานลงมาด้วยเช่นกัน จึงทำให้นักวิเคราะห์ก็มาให้คำแนะนำสะสมหุ้นที่น่าสนใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังมีหุ้นรายตัวที่ยังถูกแนะนำ “ขาย” ออกมา

ดังนั้น ทางสำนักข่าว Share2Trade จึงได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลคำแนะนำหุ้นรายตัวจากนักวิเคราะห์ใน www.settrade.com ที่มีแนะนำขายมากที่สุด จำนวน 5 บริษัท พร้อมกับยกตัวอย่างที่มาหรือสาเหตุของคำแนะนำ มาไขข้อสงสัยและคำตอบให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนกันในครั้งนี้
เริ่มกันที่บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH มีนักวิเคราะห์แนะนำ “ขาย” ถึง 8 ราย มีแนะนำ “ถือ” และ “ขาย” อย่างละ 1 ราย ซึ่งนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ก็ได้ให้มุมมองว่าจากการแข่งขันที่รุนแรงและการเครียโครงการพร้อมขาย ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น
โดยจากปัจจัยข้างต้น จะเป็นแรงกดดันต่ออัตรากําไรขั้นต้น จึงมีความคาดหวังที่ค่อนข้างต่ำสำหรับ PSH ในปีนี้และปีหน้า นอกจากนี้ ราคาหุ้นในปัจจุบันที่มีมูลค่าสูงเกินไปที่ 82% สูงกว่า PER ระยะยาว จึงเเนะนําให้นักลงทุน ขาย ราคาเป้าหมายที่ 9.5 บาท
ถัดมาเป็นบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN นักวิเคราะห์แนะนำ “ขาย” จำนวน 8 ราย และ แนะนำ “ถือ”เพียง 1 ราย ซึ่งนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า อยู่ระหว่างทบทวนสมมติฐานปี 2567และ 2568 เบื้องต้นปรับลดประมาณการกำไรปี 2567 ลง 15-20% เป็น 430-466 ล้านบาท
โดยยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์(Backlog) แนวสูงที่รับรู้ในปี 2567 อยู่ในระดับต่ำและรายได้ส่วนใหญ่จึงต้องพึ่งพาการระบายสินค้าคงคลังเดิมเป็นหลัก จึงแนะนำ “ขาย” หรือให้ชะลอการลงทุนและสลับการลงทุนไปยังหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการเด่นหรือให้ผลตอบแทนเงินปันผลในระดับที่สูงกว่า
ต่อมาเป็น บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ที่นักวิเคราะห์แนะนำ “ขาย” อยู่ที่ 4 ราย และมีแนะนำ “ถือ” เพียง 1 ราย นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เนื่องจากระยะสั้นกำไรมีโอกาสเหวี่ยง จากปรับโครงสร้างธุรกิจและมีปัจจัยลบเฉพาะตัวจากผลขาดทุนของธุรกิจที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ นอกจากนี้ มูลค่าหุ้นในปัจจุบันที่ซื้อขาย P/E อยู่ที่ 82 เท่า สูงกว่า P/E เฉลี่ย 38เท่า ของกลุ่มรพ. จึงเป็นระดับแพงสุดในกลุ่ม
ถัดมา บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX โดยนักวิเคราะห์แนะนำ “ขาย” อยู่ที่ 3 ราย และแนะนำ “ถือ” เพียง 1 ราย ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เนื่องจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/67 ยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่อง และปริมาณขนส่งที่ลดลง
ด้วยปริมาณขนส่งที่ยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน ส่งผลให้มีผลขาดทุนจํานวนมากต่อเนื่อง 3 ปีที่ 3.9 พันล้านบาท /2.8 พันล้านบาท และ 2.4 พันล้านบาท ในปี 2567- 2569 ซึ่งคาดว่า KEX จะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2571 รวมไปถึงฐานทุนของ KEX จะพลิกมาติดลบในครึ่งปีหลังปี 677 และจําเป็นต้องเพิ่มทุน จึงแนะนํา “ขาย” ราคาเป้าหมายที่ 2.5 บาท
สุดท้ายเป็นอีกหนึ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกนักวิเคราะห์แนะนำ “ขาย” อยู่ที่ 2 ราย และแนะนำ “ถือ” อยู่ที่ 1 ราย ก็คือบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ซึ่งนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ANAN ยังต้องลดราคาคอนโดมิเนียม เพื่อระบายสต๊อกและนำเงินมารักษาสภาพคล่อง ซึ่งจะกดดันผลงานให้อ่อนแอและขาดทุนต่อเนื่องในปีนี้
รวมไปถึงมีประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือ “ความคืบหน้าของ Ashton Asoke” เพราะจะมีผลต่อฐานะการเงิน และความสามารถในการ rollover หุ้นกู้ชุดถัดไปตอน มกราคม 2568 อีกราว 3 พันล้านบาท จึงให้คำแนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 0.75 บาท
ยอดนิยม
SCC ตอกย้ำความแกร่ง! ครึ่งแรกปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA แตะ 4.29 หมื่นล้าน
TACC ฤดูร้อนหนุน ลุ้นกำไร Q2 ทุบสถิตินิวไฮ โบรกฯอัพเป้าหมาย 7.10 บาท
ตามต่อ! เปิดข้อมูลย้อนหลัง KKP พบกลุ่มผู้บริหาร ขายหุ้น-วอแรนต์ ตั้งแต่ต้นปี สวนทางหุ้นพุ่ง 65% โกยเงินรวม 54 ลบ.
THAI ระทึก! เจ้าหนี้ทุนต่ำ 2.5 บาท ปลดล็อก 1.98 หมื่นล้านหุ้น เสี่ยงเทขายถล่มกระดาน 4 ส.ค.นี้