จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PRM มั่นใจผลงานปี66โต 10% โบรกฯคาดไตรมาส4/66 กำไรพุ่งต่อเนื่อง


07 พฤศจิกายน 2566
สถานการณ์การท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัว กระตุ้นการทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการใช้พลังงานโดยเฉพาะน้ำมันที่มีความต้องการมากขึ้น ทำให้ไทยต้องมีการนำเข้าน้ำมันผ่านการขนส่งทางเรือ  ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจของ บมจ. พริมา มารีน (PRM)  ที่ผู้บริหารมั่นใจรายได้ปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 10%  

รายงานพิเศษ PRM มั่นใจผลงานปี66 โต 10_.jpg

บล.ฟิลลิป  วิเคราะห์หุ้น บมจ. พริมา มารีน (PRM) โดยระบุว่า ในปี2567 คาดกำไรยังเติบโตได้จาก 4Q66  มีรับเรือเพิ่ม 2 ลำ และ 1Q67 รับเรือ AWB อีก 1 ลำ  ซึ่งยังไม่รวมเรือที่อาจเพิ่มขึ้น อีกทั้งคาดปริมาณการขนส่งน้ำมันยังมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง และมีสัญญา Time Charter  ซึ่งเป็นรายได้ประจำ

ปรับคาดการณ์กำไรปีนี้เป็น 2,181 ลบ. และปีหน้าที่ 2,119 ลบ. จากคาดไม่มีกำไรขายเรือ ยังคงคำแนะนำ ซื้อ” ปรับใช้ ราคาพื้นฐานปี2567

คาด 3Q66 กำไรปกติ โต y-y แต่กำไรสุทธิ-56.2% เป็น 463 ลบ. เพราะปีก่อนมีกำไรขายเรือ: คาดธุรกิจ FSU, ออฟชอร์ และบริหารเรือ รายได้จะปรับตัวลงตามจำนวนเรือที่ลดลง มีเพียงธุรกิจขนส่งน้ำมัน/ปิโตรเคมียังโต 23.7% จากจำนวนเรือและปริมาณขนส่งที่เพิ่มขึ้น คาดรายได้รวม -3.5% y-y เป็น 2,075 ลบ. ต้นทุนคาด -9.2% จากการใช้ประโยชน์เรือได้ มากขึ้น และเรือได้สัญญา Time Charter เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้เช่าจะรับผิดชอบต้นทุนน้ำมันเอง SG&A  ยังโตจากการขยายธุรกิจ  คาดขาดทุน Fx ลดลง 78.1% จากหนี้ที่ลดลงและบาทอ่อนค่าน้อยกว่าปี ก่อน แต่ปีก่อนมีกำไรขายเรือทั้ง PRM และบ.ร่วมที่ราว 630 ลบ. กำไรสุทธิจึงลดลง แต่ถ้าไม่รวมกำไรขายเรือและ Fx กำไรปกติจะโต 4.2% ที่ 478 ลบ.

4Q66 คาดกำไรดีขึ้น q-q: 4Q66 ธุรกิจขนส่งน้ำมัน/ปิโตรเคมียังคงเติบโตตามฤดูกาล ในขณะที่ธุรกิจอื่นยังลดลงตามจำนวนเรือ โดยใน 4Q66 จะมีรับ Crew Boat อีก 1 ลำ และเรือขนส่งปิโตรเคมีปลายธ.ค. 1 ลำ และมีกำไรขายเรือเข้ามาคาดที่ 220 ลบ. ทำให้กำไรดีขึ้น q-q แต่ y-y ยังต้องติดตามว่าจะโตได้หรือไม่ เพราะปีก่อนรายได้ฐานสูงและมีกำไร Fx ที่ 107 ลบ.

ด้านผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ PRM  “พชร รอดสมบูรณ์” มั่นใจผลการดำเนินของบริษัทปี 66 รายได้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 10% จากปี 65 ที่มีรายได้อยู่ที่ 7,715.40 ล้านบาท  เนื่องจากปี 65 บริษัทได้ลงทุนทั้งเรือ VLCC และการปรับพอร์ตกลุ่ม Crew Boat ทำให้ได้สัญญาระยะยาวมา ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับปี 66 นอกจากนี้หากราคาน้ำมันคงตัวระดับสูง ยิ่งส่งผลบวกต่อธุรกิจการขนส่งน้ำมันของบริษัท 

บริษัทเชื่อว่า แม้ในอนาคตจะมีการลดการใช้น้ำมัน แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ยังเป็นภูมิภาคที่มีการบริโภคน้ำมันสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำให้การบริโภคน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ส่วนมากจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทให้บริการขนส่งอยู่ เช่น  ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ (Naphtha) น้ำมันเครื่องบิน ซึ่งมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงจากการฟื้นตัวการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะขยายการขนส่งปิโตรเคมี เพื่อรองรับปริมาณการต้องการใช้ในภูมิภาคที่ยังสูงขึ้น   
         
ในส่วนของธุรกิจเรือขนส่งสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support) บริษัทเชื่อมั่นว่าราคาน้ำมันที่ยังคงจูงใจในการผลิต รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านของผู้ได้รับสัมปทานในอ่าวไทยจะทำปริมาณการใช้กลุ่มเรือ offshore support เติบโตขึ้นอย่างน้อยอีก 5 ปี โดยบริษัทลงทุนกับเรือ AWB และเรือ Crew Boat เพิ่มเติม ความคืบหน้าปัจจุบันดำเนินงานต่อเรือไปแล้ว 58% คาดว่าจะได้รับเรือดังกล่าวช่วงต้นเดือนธ.ค. และพร้อมใช้งานปี 67

ซึ่งจะส่งผลให้ปี 66 บริษัทมีเรือ Crew boat รวม 13 ลำ และปี 67 จะมีอย่างน้อยอีก 2 ลำเข้ามา ซึ่งเป็น Crew Boat ที่ต่อใหม่มีความทันสมัยมากขึ้นและอนุรักษ์พลังงานมากขึ้น และอนาคตบริษัทวางแผนที่จะหาโอกาสใหม่ในธุรกิจกลุ่ม Offshore ลงทุนขยายเรือที่หลากหลายเพื่อรองรับความต้องการใช้เรือของผู้ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
PRM