เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-10-27 18:50:59
  • 2719

AWC กับ 3 ทางเลือก..

The DARK NEWS

By...เฮียขาว วินสีลม


หลังจากที่ราคาหุ้นของ AWC ไล่ราคาขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 6.80 บาท ในวันที่ 17 ตุลาคม ก็ไม่มีใครได้เห็นราคานั้นอีกเลย

หุ้นสามัญส่วนเกิน 1,043 ล้านหุ้น หรือที่เรียกกันว่า Green Shoe จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าถูกนำมาใช้แล้วหรือไม่..หรือว่าใช้หมดไปตั้งแต่การดันราคาหุ้นในช่วงแรกๆของการเข้าตลาดก็ยังไม่มีคนที่รู้เรื่องออกมาเล่าให้ฟัง

นาทีนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า AWC คือหุ้นที่มีมูลค่าทางการตลาดมากที่สุดในรอบหลายปีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ถ้าหากกลับไปดูให้ชัดจะเห็นว่า 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 59-61) อภิมหาหุ้นตัวนี้มีรายได้เฉลี่ย 1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีรายได้ครึ่งปีแรกของปี 62 อยู่ที่ 5.84 พันล้านบาท กำไร 352 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่จากธุรกิจโรงแรม 60% และจากธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก 40%

โดยที่รายได้ 1.1 หมื่นล้านต่อปีที่ว่า..มาจากหน้าตักซึ่งก็คือทุนจดทะเบียนจำนวน 24,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับเงินทุนสูงสุดก่อนที่ AWC จะเข้ามาเพิ่มทุนในตลาดหลักทรัพย์

ภายหลังจากการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ AWC กลายเป็นบริษัทที่มีหุ้นจดทะเบียนจำนวน 32,000 ล้านหุ้น ที่ราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 6 บาท มีมูลค่าระดมทุนรวม 41,742 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ภายหลังจากการขายหุ้น IPO จำนวน 185,742 ล้านบาท ซึ่งภายหลังจาก IPO บริษัทมีผู้ถือหุ้นใหญ่ได้แก่ กลุ่มครอบครัวนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ถือหุ้นรวม 77.5% ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว

AWC เตรียมแผนงานในการใช้เงินสดเอาไว้ 2 แผนดังนี้

แผนแรก..ถ้าหาก AWC นำเงินสดที่ได้ใช้ในการลงทุนเพิ่มเติมและนำไปใช้หนี้ในบางส่วน

1.  กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ซึ่ง AWC เป็นเจ้าของโรงแรมระดับ Midscale ขึ้นไป เมื่อ AWC กลายเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วจะมีโครงการในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) รวมทั้งสิ้น 27 โครงการ จากปัจจุบันที่มีโครงการ 14 แห่ง ซึ่งภายใน 5 ปีข้างหน้า AWC จะมีห้องพักโรงแรมรวม 8,506 ห้อง

2.  กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) ทั้งแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวและเมื่อ AWC กลายเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วจะมีพื้นที่เช่าสุทธิรวม 415,481 ตารางเมตร จากโครงการทั้งหมด 11 โครงการ

3.  บริษัทฯนำเงินจำนวน 5,200 ล้านบาท ไปชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทและชำระหนี้ให้แก่ธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ปรึกษาทางการเงิน

ข้อดีของแผนแรก

1.   บริษัทฯ อาจสามารถยกระดับการขยายตัวของบริษัทจาก 15% เป็นมากกว่า หรืออาจจะโตได้มากขึ้นอีกถึง 1-3 เท่าตัวก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้

2.  AWC สามารถต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ได้บางส่วน

แผนที่สอง...ถ้าหาก AWC ไม่ได้นำเงินไปลงทุน..แต่นำเงินสดที่ได้ไปใช้หนี้ทั้งหมด

1.  ใช้เงิน 18,900 ล้านบาท ในไตรมาส 4/62 - 1/63 ไปใช้ชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดย บริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย โดยชำระให้แก่ธนาคารซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และUnited Overseas Bank Limited ประเทศสิงคโปร์

2.  ใช้เงิน 10,522 ล้านบาท ในไตรมาส 4/62 - 1/63 ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับธนาคาร และ/หรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย ให้แก่ ธนาคารซึ่งมีความสัมพันธ์กับที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

3.  ใช้เงิน 28,000 ล้านบาท ในไตรมาส 4/62 - 1/63 ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับธนาคาร และ/หรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย โดยชำระให้แก่ธนาคารซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ข้อดีของแผนที่ 2

1.   ต้นทุนเงินกู้ของบริษัทฯจะต่ำลงมากถึงมากที่สุด ต่ำจนทำให้ D/E ต่ำจนแทบไม่เหลือ

2.  บริษัทฯ เปลี่ยนรายจ่ายกลับมาเป็นรับได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปลงทุนเพิ่มเติมอะไรทั้งสิ้น

3.  บริษัทฯ ยังโตต่อไปได้ในอัตรา 15% ต่อปี ตามแผนการลงทุนเดิมหรืออาจจะโตมากกว่าอีกนิดหน่อยตามกระแสเงินสดของบริษัทที่มีมากขึ้น

แต่สำหรับทั้งสองแผนที่ว่ามา..ข้อดีที่พอจะเห็นได้ก็จะเป็นผลบวกกับตัว AWC เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

เพราะแม้ว่าทาง AWC จำนำเงินสดที่ได้จากการระดมทุนไปใช้หนี้ทั้งหมด..แต่ว่ารายได้ที่เกิดจากโครงการเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันก็สร้างรายได้ให้กับบริษัทเพียงแค่หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้นเอง

ซึ่งหากเอารายได้ต่อปีหมื่นกว่าล้านที่ว่า..นำมาเปรียบเทียบกันกับมูลค่าทางการตลาด (Market Cap) ปัจจุบันที่สูงถึง 1.87 แสนล้าน หรือถึงแม้ว่าจะ “ต่อให้” โดยให้ AWC สามารถขยายรายได้เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 2 หมื่นล้าน (โตขึ้น 100%) มันก็ไม่ทำให้นักลงทุนที่เฝ้ามอง AWC..รู้สึกตื่นเต้นหรือปราบปลื้มเท่าไหร่นัก

เพราะในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีบริษัทจดทะเบียนระดับเดียวกันใน SET50 ที่มีมูลค่าทางการตลาดเท่ากันหรือที่ใหญ่กว่า AWC รวมถึงจะหาบริษัทที่มีสินทรัพย์ที่พอๆกันกับ AWC บอกเลยว่า..จะไปหาที่ไหนก็คงจะพอหาได้เหมือนกันเพราะมีอีกหลายบริษัทที่สามารถรายได้และสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่า AWC..

แล้วทำไมนักลงทุนหลายๆคนจึงได้เลือกที่จะกอดหุ้น AWC เอาไว้หละ..

บ้างก็ตอบว่า ระดับเจ้าสัว..คงไม่ปล่อยให้ราคาหุ้นหลุดจอง, บ้างก็บอกว่าจะถือยาวๆยังลูกบวช, นักลงทุนอีกหลายคนบอกว่านี่คือหุ้นต้นน้ำที่ใหญ่ที่สุด ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ก็ไม่อยากจะไปแย่งซื้อตอนที่ราคาแพง...

ก็...หลากหลายความเห็น

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องจริงและไม่สามารถที่จะเปลี่ยนไปได้นั้นก็คือในไตรมาส 2/2562  มีกำไร 145.22 ล้านบาท หรือ 0.006 บาท/หุ้น และ 6 เดือนแรกของ 2562 มีกำไร 366.65 ล้านบาท หรือ 0.015 บาท/หุ้น

ที่แน่ๆคือ AWC เข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยค่า P/E ที่สูงถึง 277 เท่า

จนถึงวันนี้คำถามก็ยังเป็นคำถามเดิมอยู่ดี...นั้นก็คือถามว่า AWC จะเลือกใช้วิธีการใดเพื่อลดค่า P/E ให้ปรับลดลงมา..

1.   ด้วยวิธีการเพิ่มปริมาณสินทรัพย์ที่ถือครองตามเงินเพิ่มทุนที่ได้มา

2.  ใช้วิธีการลดดอกเบี้ยเป็นหลัก แล้วค่อยนำเงินที่เหลือมาลงทุน

3.  แค่รอให้ราคาหุ้นหน้ากระดานปรับตัวลงเพื่อรอให้ค่า P/E ลดลงเองโดยอัตโนมัติ...

แน่นอนว่าจากนี้อีกไม่นานก็คงจะได้รู้กัน...

 

 

  • ผู้โพสต์ kaweephol
  • 2019-10-27 18:50:59
  • 2719

ผู้สนับสนุน