
ราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย ทั้ง HANA DELTA KCE ที่ปรับตัวลงแรงในวันนี้ (6 พฤศจิกายน 2569) เกิดจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก โดยมีปัจจัยสำคัญเข้ามากดดันพร้อมกันดังนี้
1. หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ถูกเทขายหนัก
• Nasdaq ลดลงประมาณ 5.5%
• ดัชนี Philadelphia Semiconductor ร่วงลงสูงสุดประมาณ 11%
• หุ้น AMD, Micron และ Marvell ปรับตัวลงมากกว่า 10% ในบางช่วง
• Qualcomm ร่วงประมาณ 11% หลังยอดขายชิปสมาร์ตโฟนต่ำกว่าที่ตลาดคาด
แรงขายดังกล่าวสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มกังวลว่าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลใน AI อาจสร้างผลตอบแทนได้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป ขณะที่ต้นทุนทางการเงินและการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นด้วย
2. ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งพรรคเดโมแครตพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา นักลงทุนกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจนำไปสู่การตรวจสอบและกำกับดูแลการลงทุน Data Center เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการใช้ไฟฟ้า น้ำ และพื้นที่ก่อสร้าง
นอกจากนี้ ผู้สมัครที่มีนโยบายจำกัดการขยาย Data Center ในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ ยังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งระดับรัฐ ทำให้ตลาดกังวลว่าโครงการ Data Center อาจเดินหน้าได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เรื่องนี้สำคัญเพราะ Data Center คือหนึ่งในแหล่งความต้องการสำคัญของชิปประมวลผล AI ระบบจ่ายไฟ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หากการลงทุนชะลอ ผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานก็มีโอกาสได้รับผลกระทบตามไปด้วย
3. หุ้นตัวไหนได้รับผลกระทบอย่างไร
• DELTA มีความเชื่อมโยงกับระบบจัดการพลังงาน อุปกรณ์จ่ายไฟ และโครงสร้างพื้นฐาน Data Center จึงถูกกดดันจากความกังวลเรื่องการลงทุน AI ที่อาจชะลอตัว
• KCE ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) โดยมีตลาดยานยนต์เป็นส่วนสำคัญ จึงได้รับแรงกดดันจากการขายหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และความกังวลต่อแนวโน้มคำสั่งซื้อ
• HANA มีธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ จึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอุตสาหกรรมชิป
• CCET รับแรงกดดันจากความกังวลต่อคำสั่งซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการปรับลดมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี
• SMT ถูกขายตามบรรยากาศลบของหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โดยรวม
สิ่งที่ต้องระวังอะไรต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงว่าหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ จะฟื้นตัวหรือไม่ แต่ต้องดูว่าการลงทุน AI และ Data Center จะชะลอตัวจริงมากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มนี้ไม่ได้หมายความว่าความต้องการ AI จะหายไป เพราะธุรกิจ Data Center และ AI ยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เพียงแต่ตลาดกำลังกลับมาประเมินความคุ้มค่าของเงินลงทุนและมูลค่าหุ้นใหม่