Talk of The Town

CBG ขึ้น Top pick กลุ่ม นักวิเคราะห์ชี้กำไร Q3 พลิกโต หลังยอดขายโตต่อเนื่อง


07 กันยายน 2569

CBG ขึ้น Top pick_S2T (เว็บ)_0.jpg

CBG โบรกฯ คาดไตรมาส 3/69 กำไรที่ 700-740 ล้านบาท กลับมาโตจากช่วงเดียวกัน หลังรายได้ในประเทศ-ต่างประเทศโตต่อเนื่อง พร้อมกับยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 81 บาท ชูเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มช่วงไตรมาส 4/69 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองต่อ CBG ว่า กำไรปกติเบื้องต้นในไตรมาส 3/69 จะอยู่ที่กรอบ 700-740 ล้านบาท ทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า และกลับมาโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนได้อีกครั้ง 

แนวโน้มรายได้คาดเติบโตต่อเนื่องทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากธุรกิจในประเทศที่เติบโตต่อทั้งไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน ในทุกธุรกิจตามการออกสินค้าใหม่ และการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ประกอบกับคู่ค้าหลักในกลุ่มธุรกิจ OEM ที่มีแนวโน้มขยายยอดคำสั่งซื้อต่อเนื่อง โดยคาดรายได้จาก Loveza ที่ 52 ล้านบาท รวมถึงการได้อานิสงส์จาก “ไทยช่วยไทย พลัส” เต็มไตรมาส 

ขณะที่รายได้จากต่างประเทศอาจลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นโลว์ซีซั่นของเมียนมา แต่รายได้ยังโตเด่นต่อเนื่องจากช่วงเดียวกัน จากผลของการจัดตั้งโรงงานใหม่ในเมียนมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น อาจลดลงจากไตรมาสก่อน มาที่ระดับ 25.0% จากในไตรมาส 2/69 ที่ 26.4% จากการรับรู้ผลของราคาต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับขึ้นเต็มไตรมาส ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจาก ICUK มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ส่วนแนวโน้มกำไรปกติคาดกลับมาโตจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน อีกครั้งในไตรมาส 4/69 จากการเข้าสู่ช่วงเทศกาล และการผ่านพ้นช่วงโลว์ซีซั่นของเมียนมา ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดกลับมาฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน จากการรับรู้ผลของราคาพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่เริ่มปรับลง จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ที่ 2,712 ล้านบาท ลดลง 4.4% และ 3,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% สูงสุดในรอบ 6 ปี 

นอกจากนี้ประมาณการปี 2570 ยังมีอัพไซด์ จากธุรกิจในกัมพูชากลับมาฟื้นตัว หากสถานการณ์ความขัดแย้งและกระแสแบนสินค้าจากไทยเริ่มลดลง, การเริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่าย “หัวเชื้อ” ให้แก่ลูกค้าในจีน, ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยที่มีโอกาสออกมาดีกว่าคาด เนื่องจากประมาณการตั้งบนสมมติฐานที่อนุรักษ์นิยมคาดกำไรเพียง 50 ล้านบาท และต้นทุนการผลิตที่มีโอกาสลดลงจากปี 2569

ดังนั้น จึงยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ CBG จากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังผ่านการทำตลาดและออกสินค้าใหม่, ธุรกิจจัดจำหน่ายที่ยังมีพื้นที่เติบโต โดย “สุราข้าวหอม” ครอบคลุมช่องทางเพียงราว 50%, โอกาสเพิ่มลูกค้า OEM หลังความสำเร็จของ Loveza 

และศักยภาพการเติบโตของเมียนมา หากเศรษฐกิจฟื้นตัวและบริษัทขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมได้ ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้นในเดือนก.ย. 2569 ประเมินผลกระทบจำกัด เนื่องจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว

ทั้งนี้ ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมขึ้น เป็น 81 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับ P/E ในการประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 25.5 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับอนุรักษ์นิยมหากเทียบกับแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนมากขึ้น จากทั้งธุรกิจที่ขาดทุนเริ่มกลับมามีกำไร, การเติบโตจากการออกสินค้าใหม่ และรายได้จากกัมพูชาที่ใส่ในประมาณการเพียง 20.0% จากระดับปกติ ทำให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 81 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/E ที่ 17.2 เท่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” เลือกเป็น Top pick ของกลุ่มต่อในไตรมาส 4/69

CBG