BANPU ลั่นปี 69 ผลงานปัง ราคาถ่านหินพุ่ง-โรงไฟฟ้าหนุน อัดงบลงทุน 5 ปี กว่า 3 พันล้านเหรียญฯ

BANPU คาดผลงานปี 69 ดีกว่าปีก่อน หลังธุรกิจถ่านหินยอดขายเข้าเป้า-ราคาขายปรับตัวขึ้นแรง-รายได้ขายไฟหนุน พร้อมกางแผน 5 ปี วางเป้า EBITDA โต 1.5 เท่า สัดส่วนรายได้ก๊าซ-พลังงาน สูงกว่า 50% เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 3 พันล้านดอลลาร์
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปี 2569 จะดีกว่าปี 2568 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 176,523 ล้านบาท และผลขาดทุนอยู่ที่ 1,596 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้ราคาถ่านหินได้มีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งยอดขายถ่านหินจะอยู่ที่ราว 43 ล้านตัน ขณะเดียวกันจะได้แรงหนุนรายได้ขายไฟจากธุรกิจโรงไฟฟ้า
พร้อมกันนี้ บริษัทได้วางเป้าธุรกิจในระยะยาว EBITDA จะเติบโต 1.5 เท่า ใน 5 ปี โดยมีแรงขับเคลื่อนจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจพลังงานที่สัดส่วน EBITDA จะปรับตัวขึ้นมากกว่า 50% จากแผนการลงทุนในโครงการใหม่และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ที่จะช่วยกระแสเงินสดให้แก่บริษัท
สำหรับงบลงทุนในช่วง 5 ปี (นับตั้งแต่ 2569-2573) อยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ BKV ราว 60% และอีก 40% จะเป็นรองรับในธุรกิจเหมืองและโรงไฟฟ้า โดยวงเงินดังกล่าวจะมาจากกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจและโครงการต่างๆที่บริษัทได้ลงทุนไปก่อนหน้า
ทั้งนี้ บริษัทยังคมุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ตามกลยุทธ์ “Energy Symphonics” โดยมีทิศทางและไฮไลท์ที่สำคัญ ดังนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas) ยกระดับแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจรที่เชื่อมโยงธุรกิจก๊าซธรรมชาติสู่การผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2569 ตั้งเป้าผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ผลิตได้ 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน*
พร้อมต่อยอดกำลังผลิตไฟฟ้า 1.5 กิกะวัตต์จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I&II ในปัจจุบัน สู่การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในพื้นที่ Jack County รัฐเท็กซัส บนทำเลศักยภาพมากกว่า 6,000 เอเคอร์ ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) มาใช้ โดยตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2571 ผ่านการดำเนินงานของ BKV นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) รองรับความต้องการพลังงานของกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี คลาวด์คอมพิวติ้ง และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscalers)
กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining): ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยธุรกิจแหล่งพลังงานและแร่เชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI สร้างโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานต้นน้ำ โดยบริษัทยังคงลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) อย่างต่อเนื่อง
เช่น การดักจับก๊าซมีเทนจากการดำเนินงานเหมืองใต้ดินกลับมาผลิตไฟฟ้า พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มข้อมูลแบบบูรณาการมาใช้ในเหมืองในอินโดนีเซีย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและส่งเสริมการทำงานบนฐานข้อมูล เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน
ขณะเดียวกันบริษัทฯ เดินหน้าแสวงหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจแร่กลยุทธ์ (Strategic Minerals) เช่น นิกเกิล (Nickel) และบอกไซต์ (Bauxite) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตและระบบกักเก็บพลังงาน รองรับการเติบโตในระยะยาวและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัท
กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) ขยายศักยภาพแพลตฟอร์มไฟฟ้าครบวงจรในตลาดสำคัญ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าในระดับสาธารณูปโภคที่เสถียรและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน (Thermal) พลังงานหมุนเวียน (Renewables) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน พร้อมยกระดับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ มั่นคง และยั่งยืน
โดยบริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ในสหรัฐฯ และเอเชีย รองรับแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าที่เติบโต เชื่อมโยงระหว่างภาคพลังงานและอุตสาหกรรมดิจิทัล และให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่อนาคตสังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาภายในปี 2572 รวมทั้งหมด 10 โครงการ รวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ตัวอย่างที่สำคัญ
ได้แก่ โครงการเมกะเมาท์ (Megamouth) ความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทฯ ในสหรัฐฯ และโครงการวูรีน (Wooreen) ความจุพลังงาน 1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย
กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งมอบ Net-Zero Solutions แบบครบวงจรและเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือได้และคุ้มค่าด้านต้นทุนพลังงาน สนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของลูกค้าทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของ AI นอกจากนี้ ยังเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยี AI ที่มีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) หรือหน่วยงานลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจแห่งอนาคตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ยอดนิยม
ปิดฉาก 3 หุ้น! ตลท.สั่งเพิกถอน CIMBT-GLAND-LRH เปิดเทรด 3-11 ก.ย. ก่อนหลุดกระดาน
BEC ระส่ำหนัก! โบรกฯ เชียร์ “ขาย” ให้เป้าแค่ 1.70 บาท งานใหญ่ “หลิงออม” แบกไม่ไหว ทีวีโฆษณาดิ่ง
โบรกฯหวั่นตลาดหุ้นไทย เจอแรงขายต่างชาติดึงเงินออก เหตุ FTSE เพิ่มน้ำหนักหุ้นเวียดนาม 1 แสนลบ.
จับตา BCP ปันผลระหว่างกาล โบรกฯ ชี้มีโอกาสจ่ายหนัก เดิมคาดแจกหุ้นละ 1.50 บาท