Talk of The Town

โบรกฯหวั่นตลาดหุ้นไทย เจอแรงขายต่างชาติดึงเงินออก เหตุ FTSE เพิ่มน้ำหนักหุ้นเวียดนาม 1 แสนลบ.


25 สิงหาคม 2569

โบรกฯหวั่น_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด รายงานว่า จากรณีที่ FTSE RUSSELL เตรียมเพิ่มน้ำหนักหุ้นเวียดนามเข้าสู่การคำนวณในดัชนี FTSE GLOBAL EQUITY INDEX SERIES (GEIS) โดยจะมีการนำหุ้นเวียดนามเข้าคำนวณรวมทั้งสิ้น 27 บริษัท ส่งผลให้น้ำหนักของตลาดหุ้นเวียดนามในดัชนี FTSE EMERGING ALL CAP จะปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.33% เป็น 0.49% การปรับเพิ่มน้ำหนักในครั้งนี้ 

โดยคาดการณ์ว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FUND FLOW) เข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามรวมมูลค่าสูงถึง 3,000 ล้านเหรียญฯ (ราว 1 แสนล้านบาท) ซึ่งTIMELINE การทยอยนำเงินเข้าลงทุน (4 ระยะ) ภายในเวลา 1 ปี รอบที่ 1 (21 ก.ย. 2026): เข้าก่อน 10% คิดเป็นเม็ดเงินราว 300 ล้านเหรียญฯ

ขณะที่รอบที่ 2 (22 มี.ค. 2027): เพิ่มอีก 20%  สำหรับรอบที่ 3 (21 มิ.ย. 2027): เพิ่มอีก 35% ส่วนรอบที่ 4 (20 ก.ย. 2027): เพิ่มอีก 35% (ครบ 100%) โดยหุ้นที่เข้าเกณฑ์ของ FTSE ในรอบนี้ครอบคลุมทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ได้แก่ กลุ่ม LARGE CAP (3 ตัว): VCB (ธนาคาร), VIC (อสังหาฯ/อุตสาหกรรม), VHM (อสังหาฯ) • กลุ่ม MID CAP (3 ตัว): BID (ธนาคาร), HPG (เหล็ก), VPB (ธนาคาร)

สำหรับกลุ่ม SMALL CAP (21 ตัว): เช่น FPT, GEX, HDB, MSN, VNM, SSI ฯลฯ ซึ่งครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งเทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค และการเงิน

ทั้งนี้จากความชัดเจนเรื่องการอัปเกรดของ FTSE ส่งผลให้ ต่างชาติเทขายหุ้นทั่วภูมิภาค ยกเว้นเวียดนาม อาทิ ตลาดหุ้นใหญ่อย่าง เกาหลีใต้ (-2,487 ล้านเหรียญฯ), ไต้หวัน (-373 ล้านเหรียญฯ), อินโดนีเซีย (-20 ล้านเหรียญฯ) รวมถึง ไทย (-112.5 ล้านเหรียญฯ) ล้วนเผชิญกับแรงขายสุทธิรายวัน ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องจับตาจังหวะและการปรับตัวของหุ้นกลุ่ม LARGE และ MID CAP ของตลาดหุ้นไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจโดนแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มเติมตาม TIMELINE ข้างต้น