เปิด 8 หุ้นปันผลเด่น แจกต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี โอกาสลงทุนรับผลตอบแทนสุดคุ้ม

โบรกฯ เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นปันผล แนะระยะสั้นเก็งกำไร 5 หุ้นปันผลเด่น ที่ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล โดยให้ Interim Div. Yield ตั้งแต่ 2% ส่วนสายถือยาว แนะเลือกลงทุนใน 8 หุ้นปันผลคุณภาพ ผ่านเกณฑ์คัดกรองเข้มงวด ทั้ง Valuation ที่ยังไม่แพง ฐานะการเงินแกร่ง และมี ESG โดดเด่น เพื่อเป็นเกราะรับมือความผันผวน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และ Valuation ของ SET ที่เริ่มตึงตัวพบว่า SETHD ได้พิสูจน์ความทนทานด้วย Maximum Drawdown และความผันผวนที่ต่ำกว่า SET อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมมอบผลตอบแทนรวมที่เหนือกว่าผ่าน Yield Spread ที่กว้างขึ้น
ดังนั้น InnovestX จึงแนะนำ 2 แนวทางหลัก คือ 1) กลยุทธ์ระยะยาวเลือกลงทุนใน 8 หุ้นปันผลคุณภาพ (HMPRO, SCCC, AP, BBL, PTT, FTREIT, LHSC, KTB) ที่ผ่านเกณฑ์คัดกรองเข้มงวด ทั้ง Valuation ที่ยังไม่แพง ฐานะการเงินแกร่ง และมี ESG โดดเด่น เพื่อเป็นเกราะรับมือความผันผวน
2) กลยุทธ์ระยะสั้นเก็งกำไร 5 หุ้นปันผลเด่น (AMATA, BCH, PRM, SIRI, TLI) ที่ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล โดยให้ Interim Div. Yield ตั้งแต่ 2%, เพื่อรับโอกาสทำกำไรจากแรงซื้อช่วง Dividend Run-up ก่อนขึ้น XD ในปลาย ส.ค.นี้ โดยคาดแนวโน้มกำไรครึ่งหลังปี 69 ที่ฟื้นตัวจะเป็นแรงหนุนให้ราคาหุ้นสามารถฟื้นตัวปิดแก๊ปได้อย่างรวดเร็วหลังผ่านพ้นวัน XD
ทั้งนี้แม้ตลาดหุ้นไทยจะเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อตั้งแต่ มี.ค. 69 รวมถึงความกดดันจากนโยบายสหรัฐฯ และ Bond Yield ที่พุ่งสูง แต่ SETHD แสดงให้เห็นถึงเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง โดยมี Maximum Drawdown เพียง -6.1% และมีความผันผวนต่ำเพียง 10.5% (ต่ำกว่า SET ที่ -9.5% และ 14.8% ตามลำดับ) แม้ผลตอบแทนด้านราคาจะใกล้เคียงตลาดที่ปรับเพิ่มขึ้น 27.8% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน
แต่ SETHD กลับให้ผลตอบแทนรวมที่เหนือกว่าอย่างมีนัย จาก Div. Yield ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง จนส่วนต่างผลตอบแทน (Yield Spread) เทียบกับ SET กว้างถึง 2.9% ในปี 68 การเน้นหุ้นปันผลที่มี Valuation น่าสนใจจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อจำกัด Downside Risk ของพอร์ต
โดยกลยุทธ์ระยะยาว เน้นล็อกเป้า 8 หุ้นปันผลเด่นรับมือ Valuation ตึงตัว ท่ามกลาง SET ที่ปรับขึ้นร้อนแรงถึง 27.8%นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน จน Valuation เริ่มตึงตัว InnovestX คัดสรรหุ้นปันผลระยะยาว (Rating Outperform) ภายใต้ 5 เงื่อนไขเข้มงวด
1) PER/PBV 2026F ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี 2) พื้นฐานแกร่ง เสี่ยงการเงินต่ำ 3) จ่ายปันผลต่อเนื่อง >10 ปี (คาด Div. Yield > 5%) 4) ผันผวนต่ำ (Beta < 1) และ 5) ESG A-AAA ทำให้ได้ 8 หุ้นเด่น คือ กลุ่มหุ้นปันผลชุดใหม่ (HMPRO, SCCC) และกลุ่มหุ้นปันผลชุดเดิม (AP, BBL, PTT, FTREIT, LHSC, KTB) ส่วนหุ้นที่หมด Upside อย่าง DIF และ TISCO แนะนำเพียง "ถือ" รับปันผล และให้นักลงทุนที่ไม่มีสถานะหันไปลงทุนใน 8 หุ้นเด่นแทน เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า
ส่วนกลยุทธ์ระยะสั้น เก็งกำไร 5 หุ้นเด่นรับปันผลระหว่างกาล พร้อมโอกาสปิดแก๊ปไว เพื่อรับมือกับตลาดที่เปราะบาง InnovestX คัดสรรหุ้นเก็งกำไรระยะสั้นรับช่วงทยอยขึ้น XD (ปลาย ส.ค.-ก.ย.) โดยเน้นหุ้นที่จ่าย Interim Div. Yield งวด 1H26 ตั้งแต่ 2%, Valuation ไม่แพง และกำไรครึ่งหลังของปี 69 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งพบ 5 หุ้นน่าสนใจ ได้แก่ AMATA, BCH, PRM, SIRI, TLI
ทั้งนี้แม้ราคาหุ้นมักจะย่อตัวลงหลังขึ้น XD แต่การเข้าซื้อก่อนวัน XD ยังได้เปรียบเชิงกลยุทธ์จาก 1) โอกาสทำกำไรช่วงแรงซื้อเก็งกำไร (Dividend Run-up) 2) การถือข้าม XD ด้วยปันผลมากกว่า 2% ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และ 3) Valuation ที่ไม่แพงผสานกำไรครึ่งหลังปี 69 ที่แข็งแกร่ง จะช่วยจำกัด Downside และหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัวกลับมาปิดแก๊ป (Fill the gap) ได้อย่างรวดเร็ว
ยอดนิยม
เปิด 8 หุ้นปันผลเด่น แจกต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี โอกาสลงทุนรับผลตอบแทนสุดคุ้ม
ห้ามพลาด! สัปดาห์นี้แบงก์ประกาศปันผล ลุ้นเซอร์ไพรส์! 4 หุ้นจ่อแจกสูงกว่าคาด
จับตา CPALL รีบาวด์! หุ้นถูก-ปันผลน่าสน ยีลด์พุ่ง 4% ลุ้นเงินต่างชาติไหลเข้ารับ Thailand Focus