PTT ชงบอร์ดจ่ายปันผลระหว่างกาล เร่งเดินหน้าหาพันธมิตรร่วมทุนธุรกิจ ปี 69 ใช้งบ 2.8 หมื่นลบ.ลงทุนตามแผน

PTT รับสรุปแผนร่วมทุนพันธมิตรอาจไม่ทันปี 69 เหตุยื้อเวลา รอความชัดเจนสงครามตะวันออกกลาง ย้ำแผนลงทุนปี 69 ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท รองรับโครงสร้างพื้นฐาน LNG พร้อมแย้มข่าวดี เตรียมชงบอร์ดเคาะปันผลระหว่างกาล ใน ก.ย. นี้
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรปิโตรเคมีอยู่หลายรายและมีพันธมิตรรายใหม่ๆเข้ามาเจรจาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจเกิดความล่าช้าหรือไม่อาจเห็นความชัดเจนได้ภายในปี 2569 เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยังไม่มีความแน่นอน บริษัทจึงอยากใช้เวลาในการทำดีลเพื่อรอให้สถานการณ์มีความชัดเจนก่อน
สำหรับงบลงทุนปี 69 ของ PTT ราว 2.8 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้รองรับการลงทุนในโครงการพื้นฐานก๊าซธรรมชาติ LNG อาทิ ระบบท่อและระบบคลัง ซึ่งบริษัทมีความตั้งใจจะใช้ลงทุนให้หมดตามวงเงินที่วางไว้
พร้อมกันนี้ บริษัทกำลังพิจารณาการออกหุ้นกู้ของ ในช่วงที่ปลายปีนี้ จากปีก่อนที่ออกไปมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่อยากลงทุนหุ้นกู้ของบริษัท โดยปีนี้มีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดประมาณ 3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีการขอวงเงินออกหุ้นกู้กับผู้ถือหุ้นไว้ช่วงปีประมาณ 1 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ดีบริษัทยังคงมุ่งเน้นการสร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดว่าเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเข้าพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการช่วงเดือน ก.ย.นี้
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่สำคัญ บริษัทจะเร่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดย ธุรกิจสำรวจและผลิต เดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับความต้องการพลังงานในประเทศ พร้อมขยายการลงทุนในต่างประเทศ
ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ Liquefied Natural Gas (LNG) ใช้ศักยภาพของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายการค้าทั่วโลกในการกระจายแหล่งจัดหาพลังงาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ตั้งเป้าขยาย LNG Portfolio ปริมาณ 3.7 ล้านตัน ภายในปี 2569 และขยายให้ได้ 10 ล้านตัน และ 15 ล้านตัน ภายในปี 2573 และ 2578 ตามลำดับ
ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงาน ในขณะที่ทั่วโลกอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดรวมถึงประเทศไทย ซึ่งในวันที่ 14 – 17 กันยายนนี้ ประเทศไทยได้รับโอกาสแสดงศักยภาพบนเวทีพลังงานโลก โดย ปตท. ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ สำหรับ ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ยังคงเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรระดับโลกเพื่อเสริมแกร่ง Flagship พร้อมปรับแนวทางตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางรวมถึงปัจจัยจากนโยบายภาครัฐ (Government Intervention)
ส่วนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน บริษัทจะขับเคลื่อนการลดคาร์บอนต่อเนื่อง พร้อมเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติโครงการอาทิตย์ในอ่าวไทย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2571 ควบคู่การขับเคลื่อน I-SPARK โครงการนำร่องเพื่อสร้างความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
อีกทั้งร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกระดับการดูแลผืนป่าให้เป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างคาร์บอนเครดิต ผ่านการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
กลุ่ม ปตท. เร่งสร้างความแข็งแรงจากภายใน ยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. กว่า 8,700 ล้านบาท ผ่าน Profit Enhancement Initiatives ซึ่งประกอบด้วย โครงการ MissionX พร้อมทั้งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS มุ่งเน้นการนำ Digital Tools และ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และ Marketing ทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 ควบคู่กับการดำเนินงานด้าน Financial Excellence (F1) เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดของกลุ่ม ปตท. อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ตลอดจนรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่เทียบเท่าระดับประเทศ ส่งผลให้สามารถรักษาเสถียรภาพพลังงานและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. สนับสนุนมาตรการภาครัฐ และบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อภาคประชาชน โดยมูลค่าการสนับสนุนมาตรการภาครัฐที่ประเมินได้ประมาณ 1.75 หมื่นล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนของ ปตท. กว่า 8.5 พันล้านบาท
ยอดนิยม
SPCG “วันดี” โบกมือลา กลุ่มทุนใหม่ฮุบ 57.46% เตรียมเทนเดอร์ที่ราคา 9.11 บาท
3 บิ๊กบอสบริษัทใหญ่ แห่ช้อนหุ้นเข้าพอร์ต มูลค่ารวมกันกว่า 378 ล้านบาท
PLANB โบรกฯชี้งบ Q3 แกร่ง เริ่มบุ๊กส่วนแบ่งกำไรจาก COM7 คาดหนุนกำไรปี 69-71 โตเพิ่มขึ้น
CREDIT ดาวเด่นแบงก์ สินเชื่อโต 2 หลัก ROE สูง มูลค่าหุ้นยังไม่แพง โบรกฯแนะ “ซื้อ” เป้าหมาย 36 บาท