SCC ตอกย้ำความแกร่ง! ครึ่งแรกปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA แตะ 4.29 หมื่นล้าน

หากจะพูดถึงบริษัทที่เตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ที่สร้างความผันผวนแก่ราคาพลังงาน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เตรียมความพร้อมและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี
โดยสะท้อนจากตัวเลขกระแสเงินในไตรมาส 2/69 ที่บริษัทสามารถทำ Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 27,984 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ด้วยความสามารถในการปรับตัวและการดำเนินการอย่างทันท่วงทีท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนรายได้จากการขายอยู่ที่ 136,243 ล้านบาท และมีกำไรสำหรับงวด 11,535 ล้านบาท
และในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจหลัก กลยุทธ์เชิงรุก เสริมความคล่องตัว ทั้ง ‘ระยะเร่งด่วน’ บริหารต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกช่องแคบฮอร์มุซทันท่วงที รักษาวินัยการเงินเข้มข้น
พร้อมกับ “กลยุทธ์ระยะกลาง” ปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Products: HVA) หนุนหุ่นยนต์-AI เพิ่มประสิทธิภาพฐานผลิตอาเซียน ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นทุกธุรกิจ ส่วนผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกปี 2569 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 17,758 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทได้สร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569ในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 4,200 ล้านบาท คิดเป็น 24% ของกำไรสำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กำหนดวันที่ XD ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569
ส่วนแนวโน้มในอนาคต นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ได้ให้มุมมองถึงภาพรวมในปี 2569 รายได้รวมในปี 2569 จะเติบโตจากปีก่อนที่ทำได้ 516,954 ล้านบาท ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนอย่างราคาขายของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น และยอดขายของธุรกิจแพคเกจจิ้งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
โดยเชื่อมั่นว่า Adjusted Cash EBITDA ปี 2569 จะดีกว่าปี 2568 หรือสูงกว่า 5.4-5.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากในครึ่งปีแรกสามารถที่ 42,913 ล้านบาท และภาพรวมธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี จะยังสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสามารถดูแลผู้ถือหุ้นทุกคน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้ต่อเนื่อง
สำหรับกลุยทธ์ต่อจากนี้ไปถึงปี 2570 จะเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยกลยุทธ์ระยะกลาง อาทิ ผลักดันโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่ การบริหารฐานผลิตอาเซียน การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ และการนำหุ่นยนต์-AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะแล้วเสร็จในปลายปี 2570 มั่นใจว่าจะทำให้เติบโตได้ยั่งยืน
ยอดนิยม
SCC ตอกย้ำความแกร่ง! ครึ่งแรกปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA แตะ 4.29 หมื่นล้าน
TACC ฤดูร้อนหนุน ลุ้นกำไร Q2 ทุบสถิตินิวไฮ โบรกฯอัพเป้าหมาย 7.10 บาท
ตามต่อ! เปิดข้อมูลย้อนหลัง KKP พบกลุ่มผู้บริหาร ขายหุ้น-วอแรนต์ ตั้งแต่ต้นปี สวนทางหุ้นพุ่ง 65% โกยเงินรวม 54 ลบ.