Talk of The Town

"เคจีไอ" ยืนยัน DELTA ราคาแพงแล้ว แนะ "ขาย" ให้เป้าแค่ 245 บาท


30 กรกฎาคม 2569

เคจีไอ_S2T (เว็บ)_0.jpg

จับตา DELTA โบรกฯ ยืนยัน ราคาหุ้นดูแพงแล้ว แม้จะสามารถเกาะกระแสโลก และ ได้จะอานิสงส์จากกระแส AI แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 245 บาท คาด ไตรมาส 3/69 ฟื้น แต่ประมาณการกำไรเต็มปียังมีความท้าทาย

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยังคงคำแนะนำ “ขาย” DELTA ยังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 245.00 บาท อิงจาก PER ที่ 83.0 เท่า (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้น DELTA +1.0 S.D.) ถึงแม้ว่า DELTA จะสามารถเกาะกระแสโลก และ ได้จะอานิสงส์จากกระแส AI แต่ราคาหุ้นดูแพงแล้ว 

ทั้งนี้ยังคงมองว่า DELTA จะได้อานิสงส์จากกระแสโลก และ การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ โดยคาดว่าจะเติบโตตามยอดจัดส่ง server โลกที่เติบโต 24% จากปีก่อน และ กระแส AI 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ยังต้องจับตาต่อไปทั้งในระยะสั้น และ ระยะกลาง โดยในระยะสั้น การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานยังเป็นประเด็นที่ท้าทาย ทั้งในส่วนของการจัดหาวัตถุดิบ และ ต้นทุนที่แพงขึ้น 

ส่วนในระยะกลาง ยังต้องติดตามจุด peak ของงบลงทุน (CAPEX) เนื่องจากงบลงทุนของ CSPs สหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 83% ในปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 22%  ในปี 2570 ในขณะที่คาดว่ายอดจัดส่ง server โลกจะโต 24% ในปี 2569 และ แผ่วลงเป็น 8% ในปี 2570

ขณะที่ ยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้นที่แผ่วลงในไตรมาส 2/69 น่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ และ คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นได้บ้างในครึ่งหลังปี 69 หลังจากที่บริษัทตกลงซื้อวัตถุดิบบางส่วนกับ suppliers ไปบางส่วนแล้ว 

ทั้งนี้ คำสั่งซื้อที่ยังส่งไม่ได้ในไตรมาส 2/69 จะถูกเลื่อนไปไตรมาส 3-4/69 โดยบริษัทยังคงเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายปีนี้ไว้ที่สองหลัก (ฝ่ายวิจัยใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายปี 2569 ที่ 35%) 

ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง จากไตรมาสก่อน เป็นเพราะ ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้น (จากการที่คู่ค้าปรับราคา) ประมาณ 2.0% ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อจริงกับงบที่ตั้งไว้ (purchase variance) (ในการจัดการวัตถุดิบเพื่อให้ทันกับคำสั่งซื้อ) ประมาณ 0.5% มีการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง ประมาณ 1.5% และ product mix ประมาณ 0.9% 

ทั้งนี้ จากการบริหารจัดการภายในของบริษัท คาดว่าในส่วนของปัจจัยที่ น่าจะดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ดังนั้น บริษัทจึงยังคงเป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2569 เอาไว้ที่ 30% (ฝ่ายวิจัยใช้สมมติฐานปี 2569 ที่ 31.4% โดยตัวเลขจริงในงวดครึ่งปีแรก 69 อยู่ที่ 29.5%) 

ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงคาดว่าทั้งยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นในไตรมาส 3/69 และ หนุนให้กำไรจากธุรกิจหลักในไตรมาส 3/69 เพิ่มขึ้นทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน โดยมองว่าประมาณการกำไรเต็มปียังมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ยังน่าจะเป็นไปได้ เพราะกำไรในงวดครึ่งปีแรก 69 คิดเป็น 40% ของประมาณการกำไรเต็มปี ในขณะที่เรามองว่าประมาณการกำไรมี upside จำกัด