Talk of The Town

หรือ “กองวายุภักษ์” หาเงินจ่ายปันผล? ล่าสุดขายหุ้น BCP กว่า 2.54 ล้านหุ้น


22 กรกฎาคม 2569

หรือ กองวายุภักษ์_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์ของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP โดยกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ในวันที่ 20 ก.ค. 2569 

โดยกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ได้ดำเนินการจำหน่ายหุ้นของ BCP ในครั้งนี้จำนวน 2,549,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.1742% ดังนั้นจึงส่งผลให้กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เหลือการถือหุ้น BCP ภายหลังจากการทำรายการจำนวน 217,411,646 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.8609% 

ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์ฯพบว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่หนึ่งของหุ้น BCP 

ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เคยให้มุมมองไว้ว่า SET INDEX หลุด 1,600 จุด โดยขาดแรงหนุนจากสถาบันฯ และเอฟเฟกต์ WINDOW DRESSING ที่เคยมีในอดีต โดยตลาดกังวลว่ากองทุน VAYU1 อาจต้องเทขายหุ้นเพื่อเตรียมจ่ายเงินปันผล รอบครึ่งปีซึ่งอาจกดดันหุ้นขนาดใหญ่ที่ตัวเองถืออยู่ อาทิ SCB, PTT, DELTA, GULF, ADVANC

โดยสังเกตได้ว่าช่วงนี้นักลงทุนเริ่มมีคำถาม ทำไม SET ครึ่งหลังเดือน มิ.ย. 69 ย่อแรงและหุ้นใหญ่หลายตัวก็ย่อแปลกๆ โดยช่วง 15 มิ.ย. – 23 มิ.ย. 69 ดัชนีตลาดหุ้นไทยหลุด 1,600 จุด และปรับฐานลงมาแล้ว 3.2% ขาดแรงสนับสนุน ดัชนีจากสถาบันฯ และ WINDOW DRESSING เหมือนกับในอดีต โดยเฉพาะแรงหนุนจาก WINDOW DRESSING ช่วงปลายครึ่งปีอาจไม่ทรงพลังเหมือนในอดีต ด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้

นับตั้งแต่ VAYU1 กลับเข้ามามีบทบาทในตลาด SET มักย่อตัวในช่วงท้ายครึ่งปีกับปลายปีโดยช่วงครึ่งเดือนก่อนสิ้นครึ่งปีหรือปลายปี SET INDEX ให้ผลตอบแทนติดลบทุกครั้ง ได้แก่ 2H12M24 -2.2%, 2H6M25 -2.9% และ 2H12M25 -1.1% สะท้อนว่าแรงพยุงปลายงวดอาจถูกลดทอนลง

สำหรับการเตรียมเงินสำหรับจ่ายปันผลของกองทุน VAYU1 ลดทอนกำลัง WINDOW DRESSING ปัจจัยสำคัญคือ VAYU1 มีขนาดใหญ่ระดับประมาณ 1.71 แสนล้านบาท ณ ราคา 11.4 บาท โดยมีนโยบายจ่ายปันผล 3%–9%ต่อปี ทำให้กรอบเงินปันผลทั้งปีอาจอยู่ราว 4.5 พันล้านบาทถึง 1.35 หมื่นล้านบาท หรือหากจ่ายเป็นรอบครึ่งปีเม็ดเงินอาจอยู่ระดับหลายพันล้านบาท

ล่าสุดกองทุน VAYU1 ถือเงินสดอยู่น้อย และมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นที่กระจุกตัวอยู่กับ 5 หุ้นใหญ่เกินครึ่งพอร์ต แม้กองทุนไม่จำเป็นต้องขายหุ้นเพื่อจ่ายปันผลทั้งหมด เพราะสามารถใช้กำไรสะสม เงินสด หรือสำรองเงินปันผลได้ แต่ด้วยโครงสร้างพอร์ตที่มีน้ำหนักหุ้นสูงถึง 90.85% และถือหุ้น BIG CAP กระจุกตัว 

โดย TOP 5 HOLDINGS ได้แก่ SCB 18.90%, PTT 13.72%, DELTA 7.69%, GULF 6.04% และ ADVANC 5.75% รวมกันราว 52.1% ของพอร์ต ทำให้ตลาดอาจกังวลต่อแรงเตรียมสภาพคล่องหรือแรงปรับพอร์ตล่วงหน้า

ดังนั้นความกังวลต่อการจ่ายปันผลของ VAYU1 อาจเป็นปัจจัยที่กลบฤทธิ์ WINDOW DRESSING ในช่วงปลายงวด โดยเฉพาะผ่านหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นแกนหลักของ SET INDEX ทำให้ตลาดมีโอกาสผันผวนหรือติดลบในช่วงครึ่งเดือนก่อนสิ้นครึ่งปีได้