ส่องหุ้นร้อน

IVL ส่องหุ้นร้อน 16 ก.ค. 69


16 กรกฎาคม 2569


466691.jpg
ราคาหุ้น IVL ปรับขึ้นไปแตะ 25.50 บาท โดยมีปัจจัยเด่นดังนี้

1. วัฏจักรปิโตรเคมี (PET Spread) เริ่มผ่านจุดต่ำสุดและทยอยฟื้นตัว

หลังจากเผชิญมรสุมสินค้าล้นตลาด (Oversupply) มายาวนาน ในปี 2569 ธุรกิจหลักอย่าง PET เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ:

• ข้อจำกัดด้าน Supply ใหม่: กำลังการผลิตใหม่ (New Capacity) ที่จะเข้ามาในตลาดโลกช่วงปี 2569–2573 มีทิศทางลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

• การปรับโครงสร้างอุปทาน (Rationalization): ผู้ผลิตที่มีต้นทุนสูงทั่วโลก (โดยเฉพาะในจีนและยุโรป) ทยอยลดกำลังการผลิตหรือปิดตัวลง ทำให้อุปทานส่วนเกินในตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Product Spread) ของ PET ให้ปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ

2. ได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบ (Feedstock Advantage)

ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น ตะวันออกกลาง) IVL ถือเป็นหุ้นปิโตรเคมีที่แกร่งกว่ากลุ่มอื่นเนื่องจาก:

• พึ่งพาก๊าซอีเทนต้นทุนต่ำจากสหรัฐฯ: IVL มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถเข้าถึงวัตถุดิบ Shale Gas และ Ethane ที่มีราคาถูกและมั่นคงได้ แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นในเอเชียที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบกลุ่ม "แนฟทา" (Naphtha) ซึ่งอิงกับราคาน้ำมันดิบโดยตรง ทำให้ IVL รักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีกว่า

3. ปลดล็อกมูลค่าจากการควบรวม Indovida และ EPL

ดีลใหญ่ในช่วงต้นปี 2569 เป็นอีกหนึ่งตัวเร่ง (Catalyst) ที่สร้าง Sentiment เชิงบวกอย่างมาก:

• IVL ดำเนินการควบรวมธุรกิจในเครือระหว่าง Indovida (ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบคงรูป หรือ rigid packaging) และ EPL (ผู้นำหลอดลามิเนต) โดยส่งผลให้ IVL เข้าไปถือหุ้นใน EPL เพิ่มขึ้นเป็น 51.8%

• ประโยชน์เชิงกลยุทธ์: ช่วยให้บริษัทเจาะตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงอย่างอินเดียและเอเชียได้รวดเร็วขึ้นผ่านสินค้าปลายน้ำที่มีมาร์จิ้นสูง (EBITDA margin ราว 20-22%)

• ลดภาระหนี้สิน: ธุรกรรมนี้ไม่ได้ใช้เงินสด แต่ช่วยลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) ของกลุ่ม IVL ลงจาก 1.8 เท่า เหลือประมาณ 1.5-1.55 เท่า ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมายความแข็งแกร่งทางการเงินมากขึ้น

4. แผนปฏิรูปองค์กร "IVL 2.0" เริ่มเห็นผล (Asset Rationalization)

มาตรการจัดการตัวเอง (Self-help measures) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567-2568 เริ่มผลิดอกออกผลในปี 2569:

• การทยอยขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ทำกำไรหรือมีต้นทุนสูงในยุโรปและภูมิภาคอื่น ๆ (เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา ร็อตเตอร์ดัม) ช่วยลดค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Costs) และเพิ่มกระแสเงินสดกลับเข้ามาในบริษัท

• ตลาดเริ่มมองเห็นว่าคุณภาพกำไรของ IVL กำลังปรับตัวดีขึ้นจากการลีนองค์กรและเน้นสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการทำกำไร (Asset Optimization)

5. แรงซื้อคืนจากหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical Play)

นักลงทุนสถาบันและต่างชาติเริ่มหมุนเงินลงทุน (Sector Rotation) กลับเข้าสู่หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีที่เป็นสินค้าวัฏจักร หลังจากที่ราคาหุ้น IVL ปรับฐานลงไปลึกจน Valuation (P/BV) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตค่อนข้างมาก เมื่อเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำไรและสเปรดปิโตรเคมีที่ชัดเจนขึ้น จึงเกิดแรงซื้อเก็งกำไรดันราคาหุ้นให้กลับมาวิ่งแรงนำกลุ่มในฐานะหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่มเคมีภัณฑ์ปีนี้ครับ

IVL