
ราคาหุ้น TOP (บมจ.ไทยออยล์) ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 54.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 6.83% โดยมีแรงหนุนหลักจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้
ค่าการกลั่นพุ่ง หนุนกำไรโรงกลั่น
ปัจจัยบวกที่เห็นชัดที่สุดคือ ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ (GRM) พุ่งขึ้นถึง 4.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 33.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายในวันเดียว ถือเป็นระดับที่สูงมาก ทำให้แนวโน้มกำไรของธุรกิจโรงกลั่นดีขึ้นทันที เพราะค่าการกลั่นที่สูงขึ้นหมายถึงส่วนต่างกำไรจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันปรับขึ้น รับความตึงเครียดตะวันออกกลาง
อีกปัจจัยสำคัญคือ ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นมายืนเหนือ 84.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลดีต่อหุ้นโรงกลั่นอย่าง TOP เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าคงคลัง หรือ Stock Gain แล้ว ยังช่วยสนับสนุนผลประกอบการของกลุ่มพลังงานโดยรวมอีกด้วย
นักลงทุนเก็งกำไรงบไตรมาส 2
นอกจากปัจจัยด้านน้ำมันแล้ว ยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ซึ่งคาดว่ากลุ่มโรงกลั่นจะรายงานกำไรที่แข็งแกร่ง จากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ยังช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ทำให้เม็ดเงินต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าตลาดหุ้นเอเชีย และหุ้นขนาดใหญ่ของไทยอย่าง TOP ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของเงินทุนรอบนี้
สำหรับภาพรวมตั้งแต่ต้นปี 2569 หุ้น TOP ถือเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มพลังงาน โดยราคาปรับตัวขึ้นแล้วราว 40-50% จากแรงหนุนของค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และการบริหารต้นทุนน้ำมันดิบที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ายังมีภาระการลงทุนโครงการ Clean Fuel Project (CFP) ที่ต้องติดตาม แต่ตลาดมองว่าปัจจัยบวกในระยะสั้นยังมีน้ำหนักมากกว่า จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หุ้น TOP ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง.