Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 06-07-2569 (กลยุทธ์เล่นหุ้นสัปดาห์นี้ ”หมุนกลุ่มเล่น” สลับจากเทคฯ มาเข้ากลุ่ม "Value")

กลยุทธ์การลงทุนสำหรับสัปดาห์นี้ (6 - 10 กรกฎาคม 2569) มีการประเมินว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังคงสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ดัชนีเพิ่งทะลุยืนเหนือ 1,600 จุด ขึ้นมาได้สำเร็จ (ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี) พร้อมวอลุ่มการซื้อขายที่หนาแน่นเฉียดแสนล้านบาท
กูรูหุ้นได้คาดการณ์สัญญาณทางเทคนิคให้กรอบแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,585 - 1,570 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,625 - 1,645 จุด โดยมี 5 ประเด็นสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพอร์ตของพวกเรา ในสัปดาห์นี้ที่ต้องเฝ้าระวังและจับตาดู
1. การหมุนกลุ่มเล่นสลับจากเทคฯ มาเข้ากลุ่ม "Value"
* หุ้นใหญ่และหุ้นปันผลเด่น มีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ที่ราคายังขึ้นช้ากว่าตลาด
* หุ้นแบงก์-ค้าปลีกนำทัพ โดยสัปดาห์นี้จะยังเห็นแรงเก็งกำไรงบการเงิน Q2/69 ใน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (เช่น KBANK, SCB, BBL, KTB) และ กลุ่มค้าปลีก (เช่น CPALL, CPN) ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีหรือหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น DELTA) อาจเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมาเรื่อย ๆ ตามทิศทางหุ้นเทคฯ ฝั่งสหรัฐฯ ที่เริ่มพักฐาน
2. ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ของไทย เดือน มิ.ย.
* กระทรวงพาณิชย์เตรียมแถลง คือเรื่องที่ต้องติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคหรืออัตราเงินเฟ้อของไทย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
* เซนติเมนต์บวก ล่าสุด กนง. มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยขึ้นเป็น 2.3% สะท้อนเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่อง หากเงินเฟ้อออกมาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับหุ้นกลุ่มการเงิน (Finance) และอุปโภคบริโภค
3. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจและบันทึกประชุมเฟด (Fed Minutes)
* สัญญาณผ่อนคลายจากฝั่งสหรัฐฯ สัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนผ่อนคลายความกังวลและเชื่อว่าเฟดจะไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย
* สิ่งที่ต้องดูสัปดาห์นี้ คือการติดตาม บันทึกการประชุมเฟด ของการประชุมรอบที่ผ่านมา (16-17 มิ.ย.) รวมถึงดัชนี ISM/PMI ภาคบริการของสหรัฐฯ เพื่อหาคำใบ้ว่าแนวโน้มดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 32.70 - 33.40 บาท/ดอลลาร์ และกระทบต่อกลุ่มส่งออก
4. ปัจจัยภูมิภาคและการเงินโลก (จีน & ญี่ปุ่น)
* ข้อมูลเงินเฟ้อจีนและญี่ปุ่น ต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ CPI และ PPI ของจีน รวมถึง PPI ของญี่ปุ่น เนื่องจากค่าเงินเยนเพิ่งทำสถิติอ่อนค่ารุนแรงสุดในรอบ 40 ปี ซึ่งอาจทำให้เกิดความผันผวนของกระแสเงินทุนในฝั่งเอเชีย
* สถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ว่าจะมีข่าวการเจรจาพักรบหรือผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านออกมากระตุ้นตลาด แต่ความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ เป็นปัจจัยที่กดดัน/หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent ให้แกว่งตัวในกรอบ 72 - 76 ดอลลาร์/บาร์เรล (ส่งผลต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น PTTEP, OR)
5. กระแสข่าวและบิ๊กดีลในประเทศที่ต้องตามต่อ
* PLANB & COM7 การเข้าซื้อหุ้นข้ามสายเพื่อทำสื่อโฆษณาในร้านค้าไอที จะเริ่มเห็นแรงเก็งกำไรในกระดานมากขึ้นหลังนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการ Synergies ที่คุ้มค่า
* หุ้นกลุ่มรับเหมาและพลังงาน ได้อานิสงส์ต่อเนื่องจากความคืบหน้าของ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) ทำให้หุ้นอย่าง CK และ GPSC ยังคงมีสตอรี่หนุน
บทสรุปกลยุทธ์สัปดาห์นี้ ที่รวบรวมมาได้คือ..ด้วยเหตุที่ดัชนี SET วิ่งขึ้นมาแรงและเร็ว การไปไล่ซื้อราคาที่ยอดต้านอาจเสียเปรียบ แนะนำให้ "Selective Buy" เป็นรายตัว โดยเน้นกลุ่มที่คาดว่ากำไร Q2/69 จะออกมาโตสวย ยอดขายเด่น หรือหุ้นที่ลงมาลึกแต่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง เช่น กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH) กลุ่มนิคมฯ (AMATA) หรือกลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรมที่รับอานิสงส์ High Season ยุโรป
สู้ๆ นะทุกคน!!!มารวยๆๆๆๆๆ ไปด้วยกัน ^__^