SPALI ปีนี้ปันผลสูง โบรกฯ คาดให้ผลตอบแทน 7.6% การเงินแข็งแกร่ง D/E แค่ 0.6 เท่า

SPALI ฮอตจัด! นักวิเคราะห์ชู บริษัทที่มีต้นทุนดำเนินงานต่ำ เป็นหนึ่งในสามผู้พัฒนาอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ที่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ คาดปี 2569 ให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7.6% แถมมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่เพียง 0.6 เท่า เชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18 บาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” SPALI ราคาเป้าหมาย 18 บาท เนื่องจากเป็นบริษัทที่อยู่รอดได้ดีที่สุดในช่วงขาลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ โดยคาดว่าจะให้ผลตอบแทนปันผลน่าสนใจที่ 7.6% ในปี 2569 ในช่วงต่ำสุดของวัฏจักร ด้วยงบดุลที่แข็งแกร่งและเป็นผู้พัฒนาที่มีต้นทุนต่ำ SPALI จึงได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยคาดว่า SPALI จะให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7.6% ในปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่อสังหาฯ อยู่ในจุดต่ำสุดของวัฏจักรธุรกิจ รวมทั้ง SPALI เป็นหนึ่งในสามผู้พัฒนาอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ที่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อมีความกังวลต่อผู้พัฒนาที่มีฐานะการเงินอ่อนแอ โดย SPALI เป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาที่มีต้นทุนต่ำและมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ด้วยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่เพียง 0.6 เท่า ณไตรมาส 1/69
และคาดว่ากลุ่มอสังหาฯ จะผ่านจุดต่ำสุดในปีนี้ หนุนโดยการระบายโครงการคงค้าง และเมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ความต้องการน่าจะกลับมาเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในปีหน้า จากฐานที่ต่ำกว่าระดับปกติในปีนี้
ทั้งนี้คาดว่า SPALI จะยังคงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ต่อเนื่อง และคาดว่า EPS ปี 2569 จะลดลง 4% แต่ปี 2570 จะฟื้นตัว 8% และปี 2571 จะเพิ่มขึ้นอีก 17% แม้ว่าจะปรับลดกำไรลง 15-19% สะท้อนสมมติฐานที่ระมัดระวังมากขึ้นต่ออุปสงค์ และอัตรากำไร ดังนั้นจึงปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 18 บาท จากเดิม 20.5 บาท บทวิเคราะห์นี้เป็นการส่งต่อการวิเคราะห์ไปยังนักวิเคราะห์คนใหม่.
สำหรับ ส่วนแบ่งตลาด presales ของ SPALI เมื่อเทียบกับ 7 ผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำในตลาด เพิ่มขึ้นจาก 14% ในปี 2561 เป็น 17% ในปี 2568 เชื่อว่าสาเหตุหลักมาจากแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อจากผู้พัฒนาที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง SPALI มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.6 เท่า
นอกจากนี้ SPALI ยังเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทที่มีต้นทุนดำเนินงานต่ำ ซึ่งหนุนความสามารถในการแข่งขันและอัตรากำไรที่ดี บริษัทมีทีมออกแบบภายในบริษัท การจัดหาที่ดินอย่างมีวินัย และการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างโดยตรงจากผู้ผลิต นอกจากนี้ บริษัทยังมีพอร์ตโครงการที่กระจายตัวดี ทั้งโครงการแนวราบ (65% ของ Presales ปี 2568) และคอนโดมิเนียม (35% ของยอด Presales ปี 2568)
SPALI มี presales 2.2-3.2 หมื่นล้านบาทต่อปี แม้ว่าตลาดอสังหาฯ จะชะลอตัวในปี 2562-68 แต่คาดว่าวัฏจักรอุตสาหกรรมจะถึงจุดต่ำสุดในปีนี้ โดยความต้องการจะกลับไปสู่ระดับเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าระดับพื้นฐานตามธรรมชาติถึง 40% โดยมีสาเหตุมาจากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอ และการระบายโครงการคงค้างในราคาต่ำโดยผู้พัฒนาอสังหาฯ หลายรายเพื่อเพิ่มกระแสเงินสด คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในปีหน้า ตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และคาดว่า presales ของ SPALI ในปี 2568 อยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ปี 2569 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท ปี 2570 ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท และปี 2571 ที่ 3.0 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะหนุนการเติบโตในระดับข้างต้น
นอกจากนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนปันผลปี 2569 อยู่ที่ 7.6% ปี 2570 ที่ 8.2% และปี 2571 ที่ 9.6% โดยในอดีต SPALI รักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลไว้ที่ 35-50% ตลอดวัฏจักรของตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงช่วงเวลาที่มีกระแสเงินสดอิสระติดลบเนื่องจากการซื้อที่ดินเนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิที่ต่ำและที่ดินสำรองที่เพียงพอสำหรับการพัฒนาประมาณสามปี ซึ่งเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 60% ในปี 2568 จะสามารถคงอยู่ได้อย่างยั่งยืนจนถึงปี 2571
ยอดนิยม
โบรกฯ วาง 10 หุ้นตัวเต็ง กลยุทธ์ลงทุนครึ่งปีหลัง รับกำไรบจ.โต-เศรษฐกิจไทยฟื้น
EA-SSP-TSE นำทัพหุ้น รับประโยชน์แผน PDP ฉบับ ใหม่ โบรกฯคาดประกาศใช้ปลายปีนี้
อสังหาฯ ครึ่งหลังยังเหนื่อย รัฐอาจไม่ต่อมาตรการลดค่าโอนฯ แบกต้นทุนเพิ่ม-ฉุดกำไรลด
SPALI ปีนี้ปันผลสูง โบรกฯ คาดให้ผลตอบแทน 7.6% การเงินแข็งแกร่ง D/E แค่ 0.6 เท่า