EA-SSP-TSE นำทัพหุ้น รับประโยชน์แผน PDP ฉบับ ใหม่ โบรกฯคาดประกาศใช้ปลายปีนี้

จับตาแผน PDP ฉบับใหม่ เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” โบรกฯ คาดประกาศใช้จริงได้ในช่วงปลายปีนี้ ชู GUNKUL, GULF และ GPSC เป็น Top pick
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ให้ GUNKUL, GULF และ GPSC เป็น Top pick สำหรับการลงทุนในประเด็นแผน PDP ฉบับใหม่ที่คาดประกาศใช้จริงได้ในช่วงปลายปีนี้
โดย GUNKUL ราคาเป้าหมาย 5.65 บาท ถือเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์ชัดเจนที่สุดตั้งแต่ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ธุรกิจ EPC (ก่อสร้างโรงไฟฟ้า) และการได้งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (เช่น ระบบสายส่ง และ Substation) รวมถึงการลงทุนในฟิลิปปินส์ที่คาดมีความคืบหน้าภายในเดือน ก.ค.
ส่วน GULF ราคาเป้าหมาย 91.00 บาท เป็นบริษัทที่มีความพร้อมทางการเงินสูง ทำให้มีโอกาสในการประมูลทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้า Conventional เพิ่มเติม รวมถึงแนวทางในการลงทุนทั้งลงทุนเองและร่วมลงทุนกับพันธมิตร
ขณะที่ GPSC ราคาเป้าหมาย 47.00 บาท เป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เนื่องจากบริษัทมีนโยบายสนใจลงทุนในด้านนี้ และมีการศึกษาแล้ว
สำหรับเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา รมว. กระทรวงพลังงานออกมาให้ข้อมูลรายละเอียดและ Timeline ที่มีความชัดเจนมากขึ้นของแผน PDP (Power Development Plan) ฉบับใหม่ในงาน ROAD TO NET ZERO 2026 “Energy Transition : เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ”
โดยมองว่าแผนดังกล่าวมีระยะเวลา (ปี 2569-93) และเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสอดคล้องกับการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศภายในปี 2593 โดยเป็นการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก (สอดคล้องกับคาดการณ์ของ Bloomberg ที่ไทยต้องเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 200,000MW) ซึ่งคาดกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าดังกล่าว ได้แก่ GUNKUL, SSP, BCPG, WHAUP, EA, SPCG และ TSE
ส่วนการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) จากเดิม 600MW เป็น 2,400MW เป็นการกระทำที่สมเหตุสมผล เนื่องจากนิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ (สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดทั้งวัน) รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการติดตั้งจากขนาดที่เล็ก โดยเบื้องต้นคาดเห็นความคืบหน้าภายใน 10 ปี ขนาด 300-600MW/โรงไฟฟ้า และกำลังการผลิตรวมอาจสูงถึง 4,000MW ซึ่งคาดกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าดังกล่าว ได้แก่ GULF และ GPSC ที่มีความสนใจลงทุนและความพร้อมทางการเงิน
ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของบริษัทเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้ประโยชน์เช่นกัน ได้แก่ GULF, GPSC, BGRIM, EGCO และ RATCH นอกจากนี้ยังมีโอกาสเพิ่มเติมจากการประมูลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติจากแผน PDP ฉบับใหม่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจากกลุ่ม Data Center (ปัจจุบันมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 30,000MW)
อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอาจใช้เวลาในการก่อสร้างค่อนข้างนาน เพราะปัญหาการขาดแคลน Gas Turbine (คาดใช้เวลาก่อสร้างราว 7-10 ปี) ส่งผลให้กลุ่มโรงไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุมีโอกาสได้ต่อสัญญาเดินเครื่องต่อเพิ่มราว 5-10 ปี
ยอดนิยม
โบรกฯ วาง 10 หุ้นตัวเต็ง กลยุทธ์ลงทุนครึ่งปีหลัง รับกำไรบจ.โต-เศรษฐกิจไทยฟื้น
EA-SSP-TSE นำทัพหุ้น รับประโยชน์แผน PDP ฉบับ ใหม่ โบรกฯคาดประกาศใช้ปลายปีนี้
อสังหาฯ ครึ่งหลังยังเหนื่อย รัฐอาจไม่ต่อมาตรการลดค่าโอนฯ แบกต้นทุนเพิ่ม-ฉุดกำไรลด