เตือนรับมือ! THAI ยังเหลือ 8.1 พันล้านหุ้น เสี่ยงโดนเท โบรกฯ คาดกดดันราคาหุ้น แนะ “ขาย”

โบรกฯ แนะ “ขาย” THAI หั่นราคาเป้าหมายของ THAI ลงเป็น 5.5 บาท พบแรงกดดันระยะสั้นต่อราคาหุ้น ยังมีอีก 8.1 พันล้านหุ้น ที่อาจถูกขายออกในระยะสั้น และอาจก่อให้เกิดแรงขายกดดันต่อราคาหุ้นในช่วงสั้นได้ แถมคาดว่ากำไรปี 69 จะลดลง 28% หลังการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นมีแนวโน้มที่จะกดดัน yield
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คงคำแนะนำ “ขาย” THAI และราคาเป้าหมายของ THAI ลงเป็น 5.5 บาท แม้ว่าราคาน้ำมันอากาศยานจะปรับตัวลง แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มกำไร ด้วยความเสี่ยงต่อราคาหุ้นที่เกิดจากการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (70% ของหุ้นทั้งหมด)
ทั้งนี้แรงกดดันระยะสั้นต่อราคาหุ้น แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของ THAI โดยตรง แต่การสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้นสำหรับหุ้นจำนวน 1.98 หมื่นล้านหุ้น (คิดเป็น 70% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนที่ต้นทุน 2.5 บาท/หุ้น ในวันที่ 3 ส.ค. อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้น โดยแม้ว่าในจำนวนดังกล่าวจะมี 1.17 หมื่นล้านหุ้น ที่ถือโดยผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีแนวโน้มจะถือระยะยาว แต่ยังมีอีก 8.1 พันล้านหุ้น ที่อาจถูกขายออกในระยะสั้น และอาจก่อให้เกิดแรงขายกดดันต่อราคาหุ้นในช่วงสั้นได้
นอกจากนี้ ได้ปรับลดกำไรปี 69 ลง 28% ส่วนปี 70 ลง10% และปี 71 ลง 9% เพื่อสะท้อนสมมติฐานราคาน้ำมันอากาศยานที่สูงขึ้น แม้ว่าราคาน้ำมันอากาศยาน จะปรับตัวลง แต่ยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อกลุ่มสายการบิน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และคาดว่ากำไรของ THAI จะหดตัวเฉลี่ย 11% ต่อปี ในปี 69-71
จากการปรับเพิ่ม WACC ขึ้น 1.4ppt เป็น 12.1% เนื่องจากค่าเบต้าที่สูงขึ้น ทำให้ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ลดลงเหลือ 5.5 บาท/หุ้น จาก 7.7 บาท
และระยะเวลาห้ามขายหุ้น ซึ่งคิดเป็น 70% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมดของ THAI จะสิ้นสุดลงในวันที่ 3 สิงหาคม 69 อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
นอกจากนี้แม้ราคาน้ำมันอากาศยานจะปรับลงจากจุดสูงสุดล่าสุด แต่ยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่ออุตสาหกรรมการบิน เนื่องจากการแข่งขันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สายการบินจากตะวันออกกลางกำลังฟื้นฟูขีดความสามารถในการให้บริการอย่างรวดเร็ว โดยความถี่เที่ยวบินได้กลับมาอยู่ที่ราว 82% ของระดับก่อนเกิดสงคราม
ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนอากาศยานทั่วโลกก็เริ่มคลี่คลายลง เนื่องจากการส่งมอบเครื่องบินใหม่เร่งตัวขึ้น โดย IATA ประเมินว่า ณ เดือนพ.ค.696 มีคำสั่งซื้อเครื่องบินคงค้าง 18,100 ลำ หรือเกือบ 60% ของฝูงบินที่ใช้งานอยู่ทั่วโลก และคาดว่าจำนวนการส่งมอบเครื่องบินรายปีจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับสูงสุดในปี 62 ภายในปีนี้ และจะสูงกว่าระดับดังกล่าวในปีหน้า อีกทั้ง THAI ยังมีแผนขยายฝูงบินเชิงรุก จาก 80 ลำ ในปี 68 เป็น 102,111 และ128 ลำ ในปี 69-71
ขณะที่สมมติให้ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยอยู่ที่ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 69 รวมทั้ง 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 70-71 แม้คาดว่า Passenger Yield จะเพิ่มขึ้น 6% ในปีนี้ และคาดว่า Cabin Factor จะอยู่ที่ 80% แต่ THAI จะไม่สามารถชดเชยต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันคิดเป็น 35-40% ของต้นทุนรวม
ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรปี 69 จะลดลง 28% คาดว่าการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นมีแนวโน้มที่จะกดดัน yield โดยคาดว่าจะลดลง 8 ในปี 70 และ6% ในปี 71 ภายใต้สมมติฐาน Cabin Factor เฉลี่ยที่ 78% ต่อปี ราคาน้ำมันอากาศยานที่ปรับลดลงน่าจะช่วยให้กำไรฟื้นตัว 8% ในปี 70 แต่คาดว่ากำไรจะกลับมาหดตัวอีกครั้ง 12% ในปี 71
ยอดนิยม
SCC แย้มข่าวดีโรงงาน LSP หวนเปิดเร็วกว่ากำหนด เล็งร่วมทุนพันธมิตรจีน หนุนเติบโตยาว
DELTA-HANA-KCE นำทัพ หนุน SET วันนี้วิ่งแดนบวก โบรกฯคาดดัชนีแตะ 1,565 จุด
SINGER เข้าสู่โหมดเติบโต ลุ้นคาด Q2 พลิกกำไร 156 ล้าน โบรกฯชูหนี้ต่ำมาก เชียร์ “ซื้อ”
เตือนรับมือ! THAI ยังเหลือ 8.1 พันล้านหุ้น เสี่ยงโดนเท โบรกฯ คาดกดดันราคาหุ้น แนะ “ขาย”