Talk of The Town

SCC แย้มข่าวดีโรงงาน LSP หวนเปิดเร็วกว่ากำหนด เล็งร่วมทุนพันธมิตรจีน หนุนเติบโตยาว


25 มิถุนายน 2569

SCC แย้มข่าวดีโรงงาน LSP_S2T (เว็บ)_0.jpg

เอสซีจี เผยแผนรับมือโลกผันผวนที่คาดรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งสภาวะเงินเฟ้อเร่งตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ลุกลาม การแข่งขันรุนแรงในระดับภูมิภาคจากการขยายตัวเข้ามาของผู้ผลิตจีน เทคโนโลยีการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลักดันธุรกิจต่าง ๆ สู่ “กติกาการแข่งขันใหม่” ชี้อุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวอย่างยืดหยุ่น เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันด้วยการวางระบบการผลิตทั่วทั้งอาเซียน เร่งปรับใช้ Robotics & AI เสริมศักยภาพคน และร่วมมือกันทั้งระบบนิเวศธุรกิจ มั่นใจกลยุทธ์ของเอสซีจี ทั้งระยะเร่งด่วน – กลาง – ยาว ช่วยคว้าโอกาสเติบโต โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งโอกาสใหม่ ๆ 

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่ประเทศเวียดนามมีโอกาสที่จะกลับมาเปิดดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนดการเดิมที่เคยวางไว้ 

ทั้งนี้บริษัทได้เร่งการลงทุนในโครงการเพิ่มก๊าซอีเทน (Ethane) มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตโอเลฟินส์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับการใช้วัตถุดิบเนฟทา (Naphtha) แบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีความชัดเจนในรายละเอียดอีกครั้งในช่วงไตรมาส 3หรือไตรมาส 4/69

โดยจะใช้เงินลงทุนในโครงการเพิ่มก๊าซอีเทน (Ethane) มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตครั้งนี้ประมาณ 16,000-17,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ได้จากการลดสัดส่วนการถือหุ้นสามัญใน PT Chandra Asri Pacific Tbk (หรือ CAP) อีกทั้งบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการลดสัดส่วนใน CAP ไปชำระเงินกู้ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงและจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้บริษัท เล็งเห็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) กับกลุ่มบริษัทพันธมิตรจากประเทศจีน เพื่อการเติบโตร่วมกัน โดยจะเป็นพันธมิตรที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มธุรกิจในเครือของ SCC ซึ่งเป็นการเติบโตในระยะยาว เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาค 

นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า ใน 3 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญความท้าทายสำคัญจากความผันผวนของราคาพลังงาน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของผู้ผลิตจีนที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการมีฐานตลาดขนาดใหญ่ในประเทศจีน ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอาเซียน อัตราเงินเฟ้อในระดับสูง ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนกติกาการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาเซียน

วันนี้กติกาการแข่งขันกำลังถูกเขียนใหม่ ความผันผวนไม่ได้เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นบริบทใหม่ของการดำเนินธุรกิจ ผู้เล่นที่มีความได้เปรียบจากการมีฐานตลาดขนาดใหญ่และต้นทุนต่ำอย่างจีนกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในอาเซียน หากองค์กรใดสามารถปรับตัวได้เร็ว มีความยืดหยุ่นสูง และสร้างขีดความสามารถใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น การรวมกลุ่มประเทศเพื่อสร้างฐานผลิตระดับภูมิภาค การใช้ Robotics & AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และการผลิตต้นทุนต่ำควบคู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ องค์กรนั้นจะสามารถเติบโตได้ในระยะยาว”

อาเซียน ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตามอง เคียงคู่ตลาดจีน

เอสซีจีมองว่า หนึ่งในโอกาสสำคัญของโลกยุคใหม่อยู่ที่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ของการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของโลก จากศักยภาพด้านจำนวนประชากร มูลค่าการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ล่าสุดตามรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดขยายตัวเฉลี่ยที่ระดับ 4.7%* โดยแต่ละประเทศในอาเซียนล้วนแต่มีจุดแข็งที่แตกต่างแต่สามารถเกื้อหนุนกันได้ ทั้งนวัตกรรม ฐานการผลิตและส่งออกที่ได้เปรียบด้านต้นทุน กฎหมาย รวมทั้งแรงงานที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ จีนยังเป็นอีกประเทศเศรษฐกิจสำคัญซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งคู่แข่งและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ที่เอสซีจีเล็งเห็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) เพื่อเติบโตร่วมกันด้วย

กลยุทธ์ระยะเร่งด่วน - กลาง - ยาว หัวใจเสริมแกร่ง คว้าโอกาสโตแรงทันท่วงที

เพื่อรับมือกับกติกาการแข่งขันใหม่ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการเร่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แข็งแกร่งในหลายมิติ ทั้งในระยะเร่งด่วน (ทำทันที) ด้วยการบริหารความเสี่ยงพลังงานและวัตถุดิบแบบเรียลไทม์ เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และการรักษาวินัยทางการเงินต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เอสซีจีมี Adjusted Cash EBITDA ในไตรมาส 1/2569 ล่าสุดที่ 14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ระยะกลาง (2569 - 2570) เน้นการเชื่อมโยงศักยภาพการดำเนินงานระดับภูมิภาค (ASEAN Scale) ผ่านการประยุกต์ใช้ Robotics & AI และเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเดินหน้าโครงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบด้วยก๊าซอีเทนที่โรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (LSP) ประเทศเวียดนาม ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC เพื่อสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับภูมิภาค การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งสินค้ารักษ์โลก (Green Products) สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (Smart Value Products – SVP) และสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products – HVA) 

ในระยะยาว (ปี 2569 เป็นต้นไป) เอสซีจีมุ่งเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านธุรกิจแห่งอนาคต การลงทุนในพลังงานสะอาด การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “Inclusive Green Growth”

เทคโนโลยีพร้อม คนพร้อม ตัวแปรสำคัญของการพลิกโฉมธุรกิจทั่วทั้งองค์กร

เอสซีจีมองว่า เทคโนโลยีอย่าง Robotics & AI เป็นตัวแปรสำคัญที่มาเปลี่ยนทุกกระบวนการทางธุรกิจ ตั้งแต่การผลิต การตลาด การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การวิจัยและพัฒนา อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ธุรกิจ แต่คือคนที่ใช้เทคโนโลยีด้วย

“Robotics & AI เป็นปัจจัยสำคัญ แต่ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงคือคนในองค์กรที่พร้อมเรียนรู้ กล้าคิด กล้าทำ ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนได้พัฒนาศักยภาพให้พร้อมรับทุกความท้าทาย ซึ่งเอสซีจีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงมอบโอกาสหลากหลายให้พนักงานปัจจุบันและพนักงานกลุ่มเป้าหมายในอนาคต เช่น การเรียนรู้และใช้งาน AI ตลอดจนทักษะความรู้เพื่อพร้อมรับการเติบโตของธุรกิจร่วมกับจีนและอาเซียน” นายธรรมศักดิ์ กล่าว

การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันไม่ใช่ภารกิจขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศและภูมิภาคให้เติบโตไปด้วยกัน 

“การสร้างความสามารถการแข่งขันในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการทำให้องค์กรของเราแข็งแกร่งขึ้น แต่คือการร่วมสร้างระบบอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้ภูมิภาคของเราพร้อมเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในโลกที่ผันผวน” นายธรรมศักดิ์ กล่าว

SCC