Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 25-06-2569 (กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% หุ้นไหนได้ประโยชน์?)


25 มิถุนายน 2569

กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1__Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg

การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เป็นผลลัพธ์ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง...เจ๊จิ๋มกลับมองว่านี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของ “ดอกเบี้ยทรงตัวระยะยาว” หรือ Interest Rate Plateau อย่างแท้จริง

เพราะเมื่อดอกเบี้ยเริ่มนิ่ง ความไม่แน่นอนทางการเงินก็ลดลงตามไปด้วย ภาคธุรกิจสามารถวางแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนก็มีความชัดเจนมากขึ้นในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ๊จิ๋มแล้ว สิ่งที่น่าสนใจกว่าการคงดอกเบี้ย คือคำถามที่ว่า “หุ้นกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์ และหุ้นกลุ่มไหนจะเสียประโยชน์” จากภาวะดอกเบี้ยทรงตัวรอบนี้

กลุ่มแรกที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงคือหุ้นที่มีภาระหนี้สูง หรือกลุ่ม High Leverage เพราะเมื่อดอกเบี้ยไม่ปรับขึ้น ต้นทุนทางการเงินก็ไม่เพิ่มขึ้นตาม

เริ่มจากกลุ่มโรงไฟฟ้าอย่าง GULF, GPSC และ BGRIM ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีภาระหนี้ระยะยาวอยู่ไม่น้อย การที่ดอกเบี้ยทรงตัวจึงช่วยให้การบริหารต้นทุนเป็นไปตามแผน และเอื้อต่อการขยายการลงทุนในอนาคต

ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AP, SPALI และ WHA ก็ได้รับประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน เพราะดอกเบี้ยที่ไม่เพิ่มขึ้นช่วยประคองกำลังซื้อของผู้บริโภค และลดแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงินของโครงการใหม่

อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือหุ้นปันผลสูง เพราะในภาวะที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่เพียง 1.00% ผลตอบแทนจากเงินฝากและตราสารหนี้ยังไม่ได้ดึงดูดใจมากนัก ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยหันกลับมามองหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ ADVANC และ TRUE ที่มีฐานรายได้แข็งแกร่ง กระแสเงินสดมั่นคง และมีประวัติการจ่ายปันผลโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs หลายแห่ง ที่มีโอกาสได้รับแรงซื้อกลับเข้ามา หลังนักลงทุนยังคงมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในระบบธนาคาร

นอกจากนี้ การคงดอกเบี้ยยังช่วยลดแรงกดดันต่อภาระหนี้ครัวเรือน ทำให้กำลังซื้อของประชาชนไม่ได้ถูกกระทบเพิ่มเติม จึงถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง CPALL, CPAXT และ CRC ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ

ในอีกด้านหนึ่ง แม้ดอกเบี้ยทรงตัวจะไม่ช่วยให้ธนาคารมีส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยายตัวได้มากเหมือนช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ธนาคารขนาดใหญ่อย่าง SCB, KBANK, BBL และ KTB ยังคงมีจุดแข็งจากฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง และระดับการตั้งสำรองหนี้เสียที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น

เมื่อความเสี่ยงจากหนี้เสียหรือ NPLs ลดลง ธนาคารก็มีโอกาสนำสภาพคล่องส่วนเกินกลับมาตอบแทนผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะผ่านการจ่ายเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจ หรือแม้แต่โครงการซื้อหุ้นคืนในอนาคต