สัมภาษณ์พิเศษ : ATLAS จากผู้ค้าก๊าซสู่แพลตฟอร์มพลังงานครบวงจร ผ่านโมเดล Hub & Spoke สร้างแต้มต่อ ปักธงขึ้นเบอร์ 2 ก๊าซครัวเรือนใน 5 ปี

สถานการณ์ราคาพลังงานที่มีความไม่แน่นอน ทั้งราคาน้ำมันและราคาก๊าซ LPG บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) ในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายก๊าซLPGในประเทศไทย มีมุมมองและแนวทางการทำธุรกิจอย่างไร ไปติดตามกับ “สุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ
การเติบโตของ ATLAS เป็นอย่างไร
บริษัทมี ราย ได้ ด้วย กัน 4 ทาง คือ
1.ราย ได้จากการจำหน่ายแก๊สใน 3 ส่วน ได้แก่ ภาครถยนต์ ภาคครัวเรือน และ ภาคอุตสาหกรรม
2.รายได้จากการจำหน่ายน้ำมันให้กับกลุ่ม
3.รายได้จากส่วนโฆษณา
4.รายได้จากการปล่อยพื้นที่เช่าในสถานีบริการ
กลยุทธ์ที่สร้างการเติบโต
บริษัทเน้นใช้กลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและการบริหารสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
-
โมเดล Hub and Spoke และการบริหารต้นทุน โดยการสร้างโรงบรรจุ (Hub) ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงเพื่อบรรจุก๊าซในปริมาณมาก (1,200 - 2,000 ตันต่อเดือน) ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าคู่แข่ง และการใช้ศูนย์กระจายสินค้า และร้านจำหน่ายก๊าซล้อมรอบโรงบรรจุ เพื่อลดค่าขนส่งโดยการใช้รถขนส่งขนาดใหญ่แทนรถขนาดเล็ก เน้นรูปแบบ COCO (Company Owned Company Operated) ซึ่งบริษัทบริหารจัดการร้านจำหน่ายเองทั้งหมด ทำให้ควบคุมมาตรฐานการบริการและต้นทุนได้ดีกว่า
-
การใช้ระบบนิเวศของ PTG (Synergy with PTG Group) ซึ่งได้แก่
-การสร้างความได้เปรียบด้านทำเล ใช้สถานีบริการของ PTG ที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและถนนสายรอง ซึ่งใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายภาคครัวเรือนมากกว่าคู่แข่งรายใหญ่ที่มักอยู่บนถนนไฮเวย์
-การขยายสาขา ในปีนี้ตั้งเป้าขยายสถานีบริการก๊าซ LPG เพิ่ม 8-10 สาขา และขยายร้านจำหน่ายก๊าซ (Gas Shop) เพิ่มอีก 130-150 สาขา
-
กลยุทธ์ Asset Monetization (รายได้จากสื่อโฆษณา)
บริษัทสร้างรายได้เสริมที่สำคัญจากการทำสื่อโฆษณาบนสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น บนรถแท็กซี่ และในสถานีบริการ (ห้องน้ำ, เกาะจ่ายน้ำมัน) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำแต่สร้างกำไรสูง โดยรายได้จากสื่อโฆษณานี้มีสัดส่วนถึง 55-58% ของกำไรสุทธิ และมีแผนจะขยายไปยังพื้นที่สถานีบริการของ PTG ที่มีมากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ
-
นวัตกรรมและการสร้างความต่าง
เช่น การจัดทำถังก๊าซอลูมิเนียม ซึ่งบริษัทเป็นผู้เล่นรายเดียวที่ทำตลาดถังอลูมิเนียม ที่มีจุดเด่นคือ น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม มีความปลอดภัยสูงกว่า และนำความร้อนได้ดีกว่าถังเหล็กทั่วไป
การมุ่งเน้นตลาดพรีเมียมและกลุ่มผู้ใช้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป ช่วยให้บริษัทรักษาระดับกำไร (GP) ได้ดีกว่าในตลาดแมสที่การแข่งขันสูง
วางเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดในอนาคตอย่างไร
กลยุทธ์การเติบโตและเป้าหมายของบริษัทในกลุ่มธุรกิจ LPG มุ่งเน้นไปที่การขยายส่วนแบ่งการตลาดในภาคครัวเรือนและการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน โดยตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ในภาคครัวเรือนในระยะเวลา 5 ปี จากปัจจุบันที่บริษัทเป็นผู้เล่นอันดับ 4 ในภาคครัวเรือน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในไตรมาส 1 อยู่ที่ประมาณ 4.6 - 4.8% (เติบโตขึ้นจาก 4.2% ณ สิ้นปีที่ผ่านมา) ส่วนภาพรวมทุกภาคส่วน (Total Market) บริษัทมีส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ 12%
ส่วนจำนวนถัง บริษัทมุ่งหวังที่จะเพิ่มจำนวนถังหมุนเวียนในตลาดให้แตะ 1 ล้านใบภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 700,000 - 800,000 ใบ เพื่อรองรับการขยายตัวสู่ครัวเรือน
เป้าหมายการเติบโตและแผนการขยายสาขาในปีนี้เป็นอย่างไร
บริษัทยังคงยืนยันเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยเป้าหมายการขยายสาขาและยอดจำหน่าย
1.สถานีบริการแก๊ส LPG บริษัทมีแผนขยายเพิ่มประมาณ 8-10 สาขา
2.ร้านจำหน่ายแก๊ส (ภาคครัวเรือน): มีเป้าหมายขยาย 130-150 สาขา
3.ปริมาณการจำหน่ายแก๊ส LPG ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10-12%
งบประมาณการลงทุน
งบลงทุน (CAPEX): ตั้งงบไว้ที่ประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท สำหรับปีนี้ ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ไปแล้วประมาณ 200 ล้านบาท
ขณะที่การคืนทุน สถานีบริการแก๊ส LPG มีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 4-6 ปี ส่วนร้านจำหน่ายแก๊สหุงต้มมีระยะเวลาคืนทุนรวดเร็วกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 20-24 เดือน
การเติบโตในส่วนของธุรกิจสื่อโฆษณา
บริษัทมีแผนขยายการทำสื่อโฆษณาไปยังสถานีบริการของกลุ่ม PT กว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ จากเดิมที่เน้นเฉพาะในสถานีของแอดลาสเองที่มีอยู่ 200 กว่าสาขา
ธุรกิจนี้เป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ช่วยสร้างกำไรสุทธิให้กับบริษัทสูงถึง 55-58% เนื่องจากมีต้นทุนต่ำจากการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว (Asset Monetization) มาสร้างรายได้
มุมมองเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ผันผวน
ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อพลังงาน LPG ทำให้ปัจจุบันผู้ใช้รถยนต์ให้ความสนใจติดตั้งระบบ LPG เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน บริษัทฯจึงเร่งขยายบริการและจัดแคมเปญการตลาด เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้ายอดติดตั้งระบบเชื้อเพลิง LPG ไว้ที่ 1,000 คันต่อเดือน จากในช่วงเดือนมีนาคม 2569 เฉลี่ย 800 คัน จากช่วงต้นปีที่ประมาณ 400 คันต่อเดือน