จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SAFE ขยายตลาดกลุ่ม LGBTQ+ สร้าง New S-Curve ให้ธุรกิจ หนุนรายได้เติบโตแข็งแกร่ง


21 มิถุนายน 2569

SAFE รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) เจาะกลุ่มลูกค้า LGBTQ+ มั่นใจเป็น New S-Curve หลักของธุรกิจ รองรับกฎหมายสมรสเท่าเทียมและการปลดล็อกกฎหมายอุ้มบุญ  ดันรายได้เติบโตแข็งแกร่ง 

จากข้อมูลโครงการคาดประมาณประชากรหลากหลายทางเพศ LGBTQ+ และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีประชากรหลากหลายทางเพศราว 1,586,918 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเพศกำเนิดชาย 543,485 คน และเพศกำเนิดหญิง 1,043,433 คนกลุ่มอายุ 15-19 ปีและกลุ่มอายุ 20-24 ปี ถือเป็นกลุ่มอายุที่มีความชุกของเพศหลากหลายมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งมีอัตราความชุกอยู่ที่ 6.9% และ 6.3% ตามลำดับ และถือว่ามีมากกว่าจำนวนของกลุ่มผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากขึ้นอัตราความชุกก็จะยิ่งลดลง นอกจากนี้งานวิจัยยังมองว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า อัตราความชุกของประชากรความหลากหลายทางเพศมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า นั้นหมายความว่าในปี พ.ศ. 2582 อาจจะมีประชากรหลากหลายทางเพศทั้งหมด 2.2 ล้านคน

นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) มองว่า เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มเปอร์เซ็นต์ของการตั้งครรภ์ แต่คือการสร้าง SAFE Space ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ยังมีความหวัง ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คนโสด หรือ LGBTQ+ ทุกคนควรมีสิทธิ์ในการสร้างครอบครัวของตัวเอง และมากไปกว่านั้นอยากให้ SAFE เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจว่าเบื้องหลังการตัดสินใจมีลูก ไม่ได้มีแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกเปราะบาง ความกลัว และความคาดหวัง ที่ต้องการการดูแลด้วยความเข้าใจ

ยืนหนึ่งอัตราตั้งครรภ์สูงถึง 80%

อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงโดยตรง เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งปริมาณและคุณภาพของเซลล์ไข่ลดลง ส่งผลให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์เพิ่มสูงขึ้น การตั้งครรภ์ในอายุที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จและลดความเสี่ยงต่างๆ ระหว่างตั้งครรภ์ได้  สำหรับหญิง อายุไม่เกิน 35 ปี โอกาสตั้งครรภ์สูงสุด โอกาสสำเร็จของ ICSI/IVF อยู่ที่ประมาณ 70-80% ต่อรอบ, อายุ 35-39 ปี โอกาสตั้งครรภ์ลดลง อัตราความสำเร็จของ ICSI/IVF ลดลงอยู่ที่ประมาณ 70% ต่อรอบ และ อายุ 40 ปีขึ้นไป โอกาสตั้งครรภ์ลดลงอย่างชัดเจน อัตราความสำเร็จของ ICSI/IVF อยู่ที่ประมาณ 65-70% และอัตราการแท้งสูงขึ้น

ดันรายได้โต 2-3 เท่าตัวจากลุ่ม LGBTQ+

SAFE วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ เป็นหนึ่งใน New S-Curve หลักของธุรกิจ โดยคาดการณ์ว่าการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมและการปลดล็อกกฎหมายอุ้มบุญในอนาคต จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ถึง 2-3 เท่าตัว โดยการเตรียมความพร้อมทางเทคโนโลยีการแพทย์ ให้บริการ Social Freezing (การแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์) โดย SAFE รณรงค์ให้กลุ่มคู่รักเพศเดียวกันเข้ามาฝากไข่ (Egg Freezing) และแช่แข็งอสุจิไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อถนอมเซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุดในระหว่างที่รอข้อกฎหมายลูกด้านเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ (กฎหมายอุ้มบุญ/การย้ายตัวอ่อน) เปิดกว้างอย่างสมบูรณ์ 

เจาะกลุ่มตลาดพรีเมียมใหม่

สร้างโอกาสการเติบโตใหม่จากกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (Double Income, No Kids หรือ DINKs) บริษัทฯจึงมุ่งเน้นการให้บริการรักษาในระดับบน (Premium Market) ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ระดับภูมิภาค และจากการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศของไทย ยังดึงดูดเม็ดเงินจากคู่รัก LGBTQ+ ต่างชาติให้เดินทางเข้ามารับการรักษาในไทยมากขึ้นด้วย การรุกตลาด LGBTQ+ จึงไม่ใช่แค่การทำการตลาดทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานนวัตกรรมการแพทย์เพื่อต้อนรับโครงสร้างครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งจะกลายมาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเป้าหมายรายได้ของ SAFE Fertility Group ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

จับมือโรงพยาบาลให้บริการเด็กหลอดแก้ว 

สำหรับอีกหนึ่งแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นโมเดลการสร้างพันธมิตร (Partner) กับโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐ ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะเข้าไปเพิ่มเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมถึงเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมแห่งใหม่ๆ ให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น

ขยายเครือข่ายบริการตรวจพันธุกรรม

การขยายความร่วมมือกับภาครัฐ (Public Private Partnership - PPP): โดยบริษัทมีโครงการที่จะเข้าไปตั้งศูนย์แล็บหรือศูนย์แช่แข็งไข่ให้กับโรงพยาบาลรัฐบาลในรูปแบบ PPP และยังสอดคล้องกับแนวคิดของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. ที่จะขยายบริการให้คนใช้บัตรทองสามารถใช้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากได้ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้น

โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” เป้า 9.70 บ.

บล.กรุงศรี แนะนำซื้อ SAFE ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 9.70 บาท วิธี DCF WACC 9.7% เนื่องจาก 1) ธุรกิจหลักอยู่ในกระแสเมกะเทรนด์ที่รัฐบาลหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการมีบุตร 2) หากไทยผ่อนคลายกฎหมายอุ้มบุญ จะช่วยขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าบริการต่อเคสในระยะยาว และ 3) เริ่มเห็นโมเมนตัมลูกค้าต่างชาติฟื้นตัว สะท้อนความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพการให้บริการและอัตราความสำเร็จสูง ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขาย PE ปี 2569 ที่ 12 เท่า เทียบเท่า Forward PE ต่ำกว่า -1.0SD และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (PBV < 1 เท่า) มอง downside จำกัดเมื่อเทียบกับโอกาสฟื้นตัวในระยะกลาง-ยาว