Talk of The Town

CK-STECON ขาขึ้น! โบรกฯ เพิ่มเป้าหมายพุ่ง รับผลดีรัฐเร่งลงทุนโครงการใหญ่เพียบ


19 มิถุนายน 2569

CK-STECON ขาขึ้น!_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ อัพราคาเป้าหมาย CK-STECON หลังไตรมาส 3/69 รัฐทยอยเปิดประมูล 3 โครงการใหญ่ หวังเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนกว่า1.64 แสนลบ. หนุนวัฏจักรกลุ่มรับเหมาเข้าสู่ขาขึ้นรอบครึ่งหลัง 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า เมื่อวันที่  8 มิ.ย. กรมบัญชีกลางรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 (เดือนต.ค. 2568 - พ.ค. 2569) โดยการเบิกจ่ายงบรายจ่ายประจำอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 74.64% ของงบประมาณทั้งปี เพิ่มขึ้น 7.56% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 

ขณะที่การเบิกจ่ายงบลงทุนอยู่ที่ 3.6 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 44.7% ของงบประมาณทั้งปี เพิ่มขึ้น 9.65%  และเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และใช้การลงทุนภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สำหรับฤดูกาลแห่งการเบิกจ่ายงบประมาณในอดีต ภาครัฐมักเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ซึ่งสิ้นสุดในเดือนก.ย. โดยแผนภาพ 3 แสดงให้เห็นรูปแบบตามฤดูกาลที่ชัดเจน ซึ่งยอดเบิกจ่ายคงค้างมักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 

ในด้าน backlog จากนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ คาดว่าโครงการภาครัฐที่ได้รับอนุมัติแล้ว รวมมูลค่า 1.64 แสนล้านบาท จะทยอยเปิดประมูลในช่วงไตรมาส 3-4 ซึ่งประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่  2 มูลค่า 1.17 แสนล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ M5 มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท และโครงการมอเตอร์เวย์ M9 มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท คาดว่าการได้รับ backlog ใหม่จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในช่วงไตรมาส 3-4

ทั้งนี้ แนวโน้มกำไรคาดว่ากำไรปกติของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างในไตรมาส 2/69 จะยังคงแข็งแกร่ง โดยเติบโตต่อเนื่องทั้งจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อน จากความคืบหน้าการก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น STECON จะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากรายได้ เงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจาก Gulf คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะเติบโต 80-100% 

ขณะที่กำไรปกติของ CK คาดว่าจะลดลงจากช่วงเดียวกัน จากรายได้ส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก CKP ส่วน SEAFCO และ PYLON มีแนวโน้มรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม และโครงการภาคเอกชน

ดังนั้น ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การประมูลงานที่มีความสมเหตุสมผลมากขึ้น จากการแข่งขันที่ลดลง และโอกาสที่ผู้รับเหมาก่อสร้างจะสามารถฟื้นฟู backlog ได้หลังผ่านช่วงวัฏจักรอ่อนตัว

โดยเมื่อความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลายโครงการภาคเอกชนมีแนวโน้มทยอยกลับมาเดินหน้าอีกครั้งยังได้ปรับเพิ่ม PBV และ P/E ของ CK และ STECON เพื่อสะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่ม ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 การได้รับ backlog ใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาหุ้น หุ้นเด่นของยังคงเป็น STECON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.62 บาท) และ PYLON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.32 บาท) จากการกระจายความเสี่ยงที่ดีกว่าระหว่างโครงการภาครัฐและภาคเอกชน

ทั้งนี้ สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างได้ปรับเพิ่มตัวคูณ PBV ของ CK และ STECON เพื่อสะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโอกาสในการได้รับ backlog ใหม่และแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง โดยอ้างอิง PBV เฉลี่ยในช่วงวัฏจักรขาขึ้นและขาลงระหว่างปี 2559-68 

โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ CK ขึ้น 13% เป็น 27.98 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มตัวคูณ PBV เป็น 1.46 เท่า นอกจากนี้ ยังปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ STECON ขึ้น 35% เป็น 20.62 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มตัวคูณ PBV เป็น 1.8 เท่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ ” สำหรับ SEAFCO และ PYLON โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 3.46 บาท และ 4.32 บาท ตามลำดับ