รายงานพิเศษ : STARM เปิดกลยุทธ์ สู่แพลตฟอร์มการเงินยุคใหม่ เน้นดิจิทัลรับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน

บมจ.สตาร์ มันนี่ (STARM) ส่งสัญญาณบวกตั้งแต่ต้นปี หลังโชว์กำไรไตรมาส 1/2569 เติบโตเกือบ 30% จากการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ไตรมาส 2 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร เตรียมเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม E-Commerce และ LINE OA เต็มรูปแบบ พร้อมวางโครงสร้างระบบสินเชื่อดิจิทัลด้วย LOS, LMS และ AI เพื่อยกระดับการให้บริการ สร้างฐานลูกค้าใหม่ และผลักดันการเติบโตในระยะยาว
ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ของ บมจ.สตาร์ มันนี่ (STARM) สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยบริษัทมีรายได้รวม 359.64 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 25.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19.35 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรในครั้งนี้ มาจากการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss : ECL) ลดลงเหลือ 21.77 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 41.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ได้ดีขึ้น
การชะลอการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการติดตามและบริหารจัดการหนี้อย่างใกล้ชิด ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ส่งผลดีต่อฐานะทางการเงินและเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าผลประกอบการในปัจจุบัน คือแผนการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569
ซึ่งนายชูศักดิ์ วิวัฒน์วงศ์เกษม กรรมการผู้จัดการ STARM มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ลูกค้าจำนวนมากต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งในด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และการเข้าถึงบริการได้ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงเตรียมเปิดให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาส 2/2569 ผ่านทั้งแพลตฟอร์ม E-Commerce และ LINE OA ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
การมีแพลตฟอร์มดิจิทัลของตนเองไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการขายสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Ecosystem ทางธุรกิจ เชื่อมโยงข้อมูลลูกค้า พฤติกรรมการใช้งาน และความต้องการทางการเงิน เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การดำเนินงานผ่านระบบออนไลน์ยังช่วยลดต้นทุนการให้บริการในระยะยาว เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าไปยังพื้นที่ใหม่ๆ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเปิดสาขาในอัตราที่สูงเหมือนในอดีต
และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตของ STARM คือการนำระบบ Loan Origination System (LOS) และ Loan Management System (LMS) มาใช้ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยระบบ LOS จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ตั้งแต่การรับคำขอ การตรวจสอบข้อมูล ไปจนถึงการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้สามารถลดระยะเวลาการดำเนินงานและเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยง
ขณะที่ระบบ LMS จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อหลังการอนุมัติ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการชำระหนี้ การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และการจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ส่งผลให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การลงทุนในระบบเทคโนโลยีดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความสะดวกในการทำงาน แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต
ส่วนแผนงานระยะยาวของ STARM ยังมุ่งสู่การให้บริการสินเชื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบภายในปี 2571 ผ่าน Web Service และ Mobile Application ซึ่งหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยี AI และระบบ Auto-Approve เข้ามาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
ความสามารถของ AI ยังช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก และนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หรือ Personalized Financial Products ซึ่งถือเป็นแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต
เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่เติบโตโดดเด่น ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า STARM กำลังสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่การเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลในไตรมาส 2 และการทยอยนำระบบเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานตลอดทั้งปี จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้ในอนาคต
ด้วยรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง การควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบ และแผนการทรานส์ฟอร์มสู่ Digital Finance Platform ที่มีความชัดเจน ทำให้ STARM เป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มการเงินที่น่าจับตาในปี 2569 โดยเฉพาะหากการดำเนินงานของแพลตฟอร์มใหม่สามารถสร้างการเติบโตของฐานลูกค้าได้ตามเป้าหมาย ก็จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อรายได้และผลประกอบการในระยะยาว พร้อมสนับสนุนเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่บริษัทตั้งไว้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ได้อย่างมีนัยสำคัญ