รายงานพิเศษ : SA ส่งสัญญาณผลงานสดใส โครงการใหม่ทยอยโอน หนุนรายได้ทะยาน เดินหน้าขายหุ้นกู้ต่อยอดธุรกิจ

SA ผลงานครึ่งปีหลังผลงานเติบโตแข็งแกร่ง รับปัจจัยบวกทั้งการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ ยอดขายรอโอนระดับสูง และธุรกิจโรงแรมที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมในการขยายธุรกิจและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้ผู้ถือหุ้นในอนาคต
บมจ. ไซมิส แอสเสท หรือ SA กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเติบโตครั้งสำคัญ หลังเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายโครงการ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ และเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อเสริมศักยภาพทางการเงิน รองรับการเติบโตในอนาคต
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการวางรากฐานธุรกิจที่มีความสมดุลมากขึ้นของ SA ซึ่งไม่ได้พึ่งพารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขยายไปสู่ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจสร้างรายได้ประจำ ทำให้มีความแข็งแกร่งในการรับมือกับความผันผวนของวัฏจักรอสังหาริมทรัพย์
หนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญของปี 2569 คือการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Landmark At Grand Station ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวประมาณ 1,200 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569
ซึ่ง Landmark At Grand Station ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในย่านรามอินทรา ที่รวมทั้งที่อยู่อาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ในพื้นที่เดียวกัน สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการใช้ชีวิตแบบครบวงจร
นอกจากนี้ SA ยังมีโครงการ Landmark At Kaset TSH Station ที่เตรียมเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงส่งสำคัญที่ช่วยต่อยอดการเติบโตของบริษัทในช่วงที่เหลือของปี
สิ่งที่สะท้อนความแข็งแกร่งของ SA ได้เป็นอย่างดี คือยอดขายรอโอนหรือ Backlog ที่มีอยู่ถึง 3,283 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ภายในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยปี 2569 จะรับรู้รายได้จาก Backlog ประมาณ 2,430 ล้านบาท
นอกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว SA ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งผ่านธุรกิจโรงแรม ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมในเครือรวม 6 แห่ง และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 82% สะท้อนถึงศักยภาพของธุรกิจท่ามกลางการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
โดยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเดินทางภายในประเทศที่กลับมาคึกคัก ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมกลายเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัท และ ปลายปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดให้บริการโรงแรม Crowne Plaza เพิ่มอีก 1 แห่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนห้องพักและขยายฐานรายได้ประจำในระยะยาว
การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ SA เนื่องจากเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอมากกว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องรอการรับรู้รายได้เป็นรอบตามการโอนกรรมสิทธิ์ การมีรายได้จากโรงแรม ธุรกิจเช่า และบริการ จึงช่วยสร้างสมดุลให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน คือการเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่จำนวน 3 ชุด อายุ 2-3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.15%, 7.30% และ 7.45% โดยกำหนดเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ในช่วงวันที่ 9-10 และ 13 กรกฎาคม 2569
การระดมทุนผ่านหุ้นกู้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเงินไปชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต
ซึ่งในมุมของนักลงทุน การออกหุ้นกู้ไม่ได้สะท้อนภาระทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของบริษัท และความเชื่อมั่นของตลาดทุนที่มีต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่จุดแข็งสำคัญคือ SA มีประวัติการชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ครบถ้วนและตรงตามกำหนดทุกรุ่นที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน โดยเฉพาะในภาวะที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับคุณภาพผู้ออกตราสารหนี้มากขึ้น