Talk of The Town

CPALL ราคาไม่แพง! โบรกฯ เพิ่มเป้า 62 บาท “ไทยช่วยไทยพลัส” กระทบจำกัด


16 มิถุนายน 2569

CPALL ราคา_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

นักวิเคราะห์มอง CPALL เติบโตดีแต่มูลค่าหุ้นยังไม่แพง แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 62 บาท คาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่ง ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐต่อ CPALL มีจำกัด ถูกชดเชยจากประโยชน์ที่เกิดกับ CPAXT

นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บทวิเคราะห์นี้เป็นการโอนการวิเคราะห์ไปยังนักวิเคราะห์คนใหม่ โดยมองว่า CPALL เติบโตดีแต่มูลค่าหุ้นยังไม่แพง ยังคงแนะนำ “ซื้อ” CPALL และปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2569) เป็น 62 บาท จาก 60 บาท 1. คาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่งในปี 69-71 ที่ 13/15/14% หลังปรับเพิ่มกำไรขึ้น 1-2% ต่อปี สะท้อนกำไรไตรมาส 1/69 ที่แข็งแกร่ง เติบโต 20% จากปีก่อน 

2. คาดว่าผลกระทบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐต่อ CPALL มีจำกัด เนื่องจากถูกชดเชยจากประโยชน์ที่เกิดกับ CPAXT ซึ่ง CPALL ถือหุ้นอยู่ 59.93% รวมถึงกลยุทธ์การเตรียมความพร้อมของ CPALL ที่ดีขึ้น

3. แม้คาดว่ายอดขายสาขาเดิมในปีนี้จะทรงตัว แต่ยังคงคาดว่า EPS จะโต 13% จากการขยายสาขาในเชิงรุกต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารสัดส่วนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

และ 4. มองว่าที่ PE ปี 69 เพียง 13 เท่า ได้สะท้อนความเสี่ยงจากประเด็นธุรกิจ Virtual Bank ที่เกิดขึ้นล่าสุดไปแล้ว 

สำหรับ CPALL ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ที่มีการบริหารจัดการโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีและยั่งยืน

ทั้งนี้คาดว่า CPALL จะมี EPS กำไร 13.6% ในปีนี้ แม้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในเดือนมิถุนายน-กันยายน 69 เปิดให้เฉพาะร้านค้าดั้งเดิม และผู้ค้ารายย่อย/หาบเร่แผงลอยเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ด้วยมีความพร้อมมากขึ้นในการเปิดตัวสินค้าใหม่ การบริหารอัตรากำไรของสินค้า และได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

จึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ CPALL ไตรมาส 3/69 ซึ่งเป็นช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เต็มไตรมาส จะลดลงน้อยกว่าการลดลง 1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่เกิดขึ้นในช่วงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รอบก่อนใน ไตรมาส 4/68

ทั้งนี้ กำไรของ CPALL ในไตรมาส 4/68 ยังเติบโต 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 11.5% ในปี 68 แม้ยอดขายสาขาเดิมติดลบ 0.3% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและผลกระทบจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยได้แรงหนุนจากการขยายสาขาและกลยุทธ์บริหารสัดส่วนสินค้าที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร 

สำหรับปีนี้ คาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะทรงตัว และ EPS เติบโต 13.6% ส่วนปี 70 คาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโต 2.5% และกำไรเติบโต 14.6% จากผลของฐานต่ำในช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ CPALL ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องราว 700 สาขาต่อปี จาก 15,945 สาขาในปี 2025 คิดเป็นการเติบโตราว 4% ต่อปี ดังนั้นการขยายสาขาจึงเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของกำไร ทำให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้ แม้ยอดขายสาขาเดิมจะหดตัวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 42% ของสาขาทั้งหมด ทำให้เราเห็นโอกาสอีกมากในการขยายสาขาในช่วงหลายปีข้างหน้า