จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TGE ต่อยอดพลังงานสะอาด จากโรงไฟฟ้าชีวมวลสู่ธุรกิจคาร์บอน สร้างแหล่งรายได้รับเศรษฐกิจสีเขียว


11 มิถุนายน 2569

TGE ต่อยอดพลังงานสะอาด_S2T (เว็บ)_0.jpg

กระแสลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกกำลังผลักดันให้คาร์บอนเครดิตมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าโลก ซึ่ง TGE มีความพร้อมทั้งด้านโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและปริมาณคาร์บอนเครดิตสะสมจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อการเติบโตในอนาคต

ตลาดคาร์บอนโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่เป็นเพียงกลไกด้านสิ่งแวดล้อม สู่การเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ โดยหลายประเทศทั่วโลกเริ่มนำระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme : ETS) และภาษีคาร์บอนมาใช้มากขึ้น ส่งผลให้ "คาร์บอนเครดิต" กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปัจจุบันตลาดคาร์บอนภาคบังคับทั่วโลกมีมากกว่า 80 ระบบ ครอบคลุมกว่า 50 ประเทศ และครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 28% ของการปล่อยทั้งหมดของโลก สะท้อนให้เห็นว่ากติกาด้านคาร์บอนกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก

สหภาพยุโรปถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนาตลาดคาร์บอน ผ่านการบังคับใช้ EU ETS มาตั้งแต่ปี 2548 ขณะที่จีนกำลังเร่งขยายขอบเขต China National ETS ครอบคลุมอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ทั้งเหล็ก ซีเมนต์ และอลูมิเนียม ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ส่วนบราซิลซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม COP30 ก็กำลังผลักดันความร่วมมือด้านมาตรฐานตลาดคาร์บอนระดับสากลอย่างจริงจัง

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ในอนาคตคาร์บอนจะไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่จะเชื่อมโยงโดยตรงกับการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทั่วโลก ประเทศหรือบริษัทที่สามารถวัด ตรวจสอบ และบริหารจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการเข้าถึงตลาดและคู่ค้าระดับสากลมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย กระแสเศรษฐกิจสีเขียวที่กำลังขยายตัว ถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะบริษัทที่มีศักยภาพในการสร้างและสะสมคาร์บอนเครดิต ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต

หนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าวคือ บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มีจุดแข็งด้านโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตจากกระบวนการผลิตพลังงานสะอาดได้อีกทางหนึ่ง

นายสืบตระกูล บินเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TGE ย้ำว่า บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญมายาวนาน และยังสามารถต่อยอดการเติบโตได้อีกมากในอนาคต

ซึ่งปัจจุบัน TGE มีคาร์บอนเครดิตสะสมมากกว่า 200,000 ตัน ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยในปีที่ผ่านมา บริษัททยอยจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไปแล้วกว่า 2,000 ตัน และคาดว่าปริมาณการขายในปีนี้จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ TGE ยังวางแผนขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดเพิ่มเติมในช่วงปี 2570-2575 เพื่อผลักดันกำลังการผลิตรวมแตะระดับ 200 เมกะวัตต์  ซึ่งนอกจากจะเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างคาร์บอนเครดิตใหม่เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าทิศทางตลาดคาร์บอนโลกกำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ให้กับผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ TGE ที่มีทั้งฐานธุรกิจพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่งและปริมาณคาร์บอนเครดิตสะสมจำนวนมากรองรับ

ดังนั้นคาร์บอนเครดิตของ TGE จึงไม่เพียงช่วยสร้างรายได้เพิ่มในปัจจุบัน แต่ยังอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในอนาคตอีกด้วย

TGE