Talk of The Town

SpaceX…IPO เขย่าโลก แล้วหุ้นไทยจะเป็นอย่างไร!


08 มิถุนายน 2569

SpaceX…IPO เขย่าโลก_S2T (เว็บ).jpg

ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ โลกการลงทุนอาจได้เห็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของทศวรรษ เมื่อ SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ “อีลอน มัสก์” เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ด้วยมูลค่ากิจการที่ถูกประเมินไว้สูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน การระดมทุนครั้งนี้จะทำให้เขามีมูลค่าหุ้นในมือมากกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจก้าวขึ้นเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต 

แต่สำหรับนักลงทุนแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เรื่องความร่ำรวยของ อีลอน มัสก์ หากแต่เป็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดทุนโลก โดยเฉพาะปรากฏการณ์ “แรงดูดสภาพคล่อง” ที่อาจเกิดขึ้นหลังการเข้าตลาดของ SpaceX ก็เป็นได้

ทั้งนี้ เป็นที่รู้กันดีว่า SpaceX (Space Exploration Technologies Corp.) ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2002 โดยดำเนิน 3 ธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจปล่อยจรวดและขนส่งสัมภาระสู่อวกาศ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink และธุรกิจสำรวจอวกาศระยะไกล รวมถึงโครงการเดินทางสู่ดวงจันทร์และดาวอังคาร ซึ่งสิ่งที่ทำให้ SpaceX แตกต่างจากหุ้นเทคโนโลยีทั่วไป คือการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม “เศรษฐกิจอวกาศ” หรือ Space Economy ที่กำลังจะกลายเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลกในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังกังวลคือ หาก SpaceX เข้าตลาดด้วยมูลค่าระดับนี้ ดัชนีสำคัญอย่าง S&P 500 และ NASDAQ 100 อาจต้องนำหุ้นตัวนี้เข้าไปคำนวณน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กองทุนขนาดใหญ่ กองทุนดัชนี และ ETF จำนวนมาก ต้องปรับพอร์ตเพื่อนำเงินเข้าลงทุนใน SpaceX นั่นหมายความว่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลจะถูกโยกย้ายออกจากหุ้นเทคโนโลยีตัวเดิม เพื่อเข้าสู่หุ้นตัวใหม่ที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของอนาคต 

สัญญาณดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นจากการที่หุ้นเทคโนโลยีหลายตัวเริ่มเผชิญแรงขาย แม้ผลประกอบการจะยังแข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 อย่าง Apple, Microsoft, NVIDIA, Amazon และ Alphabet ก็มีโอกาสเผชิญแรงกดดันจากการปรับพอร์ตของกองทุนขนาดใหญ่เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวอย่างรุนแรงจนนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการย้ายเงินเข้าไปสู่ IPO ของ SpaceX ด้วยเช่นกัน

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการเปลี่ยนธีมการลงทุนของโลกจาก AI Economy ไปสู่ Space Economy มากขึ้น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกแห่ลงทุนในหุ้น AI เพราะเชื่อว่าจะเปลี่ยนโลก แต่วันนี้นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยเริ่มมองว่าอุตสาหกรรมอวกาศอาจเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีศักยภาพไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ตเมื่อ 20 ปีก่อน

เมื่อหันกลับมามองตลาดหุ้นไทย เป็นที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสะสมเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จนส่งผลให้ดัชนีขยับขึ้นไปแตะ 1,600 จุด ซึ่งสวนทางกับหลายตลาดในภูมิภาค แต่หาก SpaceX กลายเป็นหุ้นดาวเด่นของโลกจริง กองทุนระดับโลกย่อมต้องจัดสรรเงินลงทุนใหม่ และมีโอกาสดึงเม็ดเงินบางส่วนกลับไปลงทุนในตลาดสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ 

สำหรับหุ้นไทยที่อาจได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ SpaceX มีอยู่หลายตัว โดยเฉพาะ THCOM ซึ่งแม้ในอดีตจะถูกมองว่า Starlink เป็นคู่แข่งโดยตรง แต่ในโลกธุรกิจ คู่แข่งในวันนี้อาจกลายเป็นพันธมิตรในวันหน้าได้ หากมีความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือการให้บริการในระดับภูมิภาค ขณะที่หุ้นอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA และ HANA ก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตา เนื่องจากการขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink และสถานีภาคพื้นดินทั่วโลก จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานโลก 

ในทางกลับกัน กลุ่มสื่อสารแบบดั้งเดิมอย่าง ADVANC และ TRUE อาจเผชิญแรงกดดันด้านมุมมองการเติบโตในระยะยาว จากการพัฒนาเทคโนโลยี Direct-to-Cell ของ Starlink ที่มีเป้าหมายส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียมโดยตรง แม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะยังไม่สามารถทดแทนเครือข่าย 5G หรือ 6G ในเขตเมืองได้ แต่ก็อาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญในพื้นที่ห่างไกลในอนาคต

ดังนั้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การถามว่า SpaceX จะเข้าตลาดหรือไม่ หรือ อีลอน มัสก์ จะร่ำรวยเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด เพราะ SpaceX ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบริษัทหนึ่งบริษัทใด แต่เป็นสัญญาณว่าทิศทางการลงทุนของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง 

สิ่งสำคัญคือการมองให้ออกว่าเมื่อเม็ดเงินลงทุนระดับโลกเริ่มเปลี่ยนทิศ หุ้นไทยตัวใดจะสามารถเชื่อมโยงและสร้างประโยชน์จากเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ได้บ้าง 

ธุรกิจแบบเดิม ๆ โดยไม่ยอมปรับตัวให้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนไป ก็อาจได้แต่มองจรวดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ในขณะที่พอร์ตลงทุนของตัวเองยังคงจอดนิ่งอยู่บนพื้นดินเหมือนเดิม