Wealth Sharing

เทียบฟอร์ม BTS-BEM ศึกหุ้นรถไฟฟ้า บริษัทไหนน่าลงทุน?


08 มิถุนายน 2569

เทียบฟอร์ม_info-ปก_0.jpg

หุ้นกลุ่มรถไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ 2 ผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมอย่าง BTS และ BEM ที่ต่างมีจุดแข็งและปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์มอง BTS ขาดปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกในระยะสั้น ส่วน BEM ประเมิน Catalyst ในครึ่งหลังปี 69 จะมาจากการปรับค่าตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าในเดือน ก.ค. 69 และการปรับค่าผ่านทางของเส้นทางด่วน SOE

เริ่มที่ BTS นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองว่า  BTS ขาดปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกในระยะสั้น แม้ราคาหุ้น BTS ปรับตัวลดลงมาแล้ว 8.8% ตั้งแต่ต้นปี 2569 และ underperform SET อยู่ 34.9% แต่ยังไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นเชิงบวกในระยะสั้น แม้ภาครัฐจะมีความพยายามอย่างมากในการผลักดันให้มีการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองเพื่อดำเนินนโยบายค่าโดยสารอัตราเดียว แต่การหาข้อสรุปที่รวดเร็วนั้นยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเจรจาทางกฎหมายที่ซับซ้อนกับผู้ให้บริการในปัจจุบัน

ขณะที่ยังคงประมาณการขาดทุนปกติปี 2570 ไว้ที่ 1.1 พันล้านบาท จากขาดทุนปกติ 783 ล้านบาท ในปี 2569 สมมติฐานของเราอิงกับรายได้จากการดำเนินงานที่ 2.67 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) 7.8 พันล้านบาท รายได้จาก VGI 5.1 พันล้านบาท และรายได้ค่าโดยสาร (สายสีชมพูและสายสีเหลือง) 1.4 พันล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ผู้บริหารตั้งเป้าไว้ และเชื่อว่า BTS จะรายงานผลขาดทุนปกติเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่คิดว่าจะมีการกลับรายการค่าเผื่อเงินลงทุนเหมือนในไตรมาส 4/69 เกิดขึ้นอีกในปี 2570

นอกจากนี้เชื่อว่า BTS จะยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572 เนื่องจากคาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองจะยังไม่สามารถทำกำไรได้ ในสมมติฐานของฝ่ายวิจัย คาดว่า BTS จะพลิกกลับมามีกำไรได้ในปี 2573 เมื่อโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านบาท (D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง) ที่เปิดตัวในไตรมาส 1/69 เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายปี 2571 นับถึงปัจจุบัน กระแสตอบรับสำหรับโครงการที่ศรีนครินทร์อยู่ในระดับที่ดี ขณะที่ยังรอดูกระแสตอบรับสำหรับโครงการที่คลองหลวง ทั้งนี้ด้วยระดับราคาขายต่อหน่วยที่สนใจ อัตราการขายจึงน่าจะอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

ดังนั้นคงคำแนะนำ ถือ สำหรับ BTS โดยปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่คำนวณด้วยวิธี SOTP ใหม่จาก 2.9 บาท เป็น 2.3 บาท หลังจากปรับมูลค่าเงินลงทุนลดลง

ส่วน BEM นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2569 ยอด Ridership และ Traffic เฉลี่ย 4 เดือนแรกปีนี้ที่ 4.31 แสนเที่ยว/วัน เพิ่ม 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และ 1.11 ล้านเที่ยว/วัน เพิ่ม 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ ต่ำกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัยเล็กน้อย เบื้องต้นคงประมาณการแต่อาจปรับลดสมมติฐาน ลงในระยะถัดไปหากตัวเลขไตรมาส 2/69 อ่อนตัวกว่าคาดจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสงครามตะวันออกกลาง 

ทั้งนี้คาดกำไรเติบโตจากไตรมาสก่อน จนถึงไตรมาส 3/69 จากธุรกิจระบบรางที่กลับมาฟื้นตัว และมีเงินปันผลรับ จาก TTW และ CKP ในไตรมาส 2-3/69 ส่วนแนวโน้มเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดกำไรไตรมาส 2/69 ทรงตัว-เติบโตเล็กน้อยจากการบริหารต้นทุนการดำเนินงาน, SG&A และต้นทุนการเงิน 

นอกจากนี้ประเมิน Catalyst ในครึ่งหลังปี 69 จะมาจากการขอปรับค่าตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าในเดือน ก.ค. 69 และการปรับค่าผ่านทางของเส้นทางด่วน SOE ขึ้น 15 บาทใน ธ.ค.69 

สำหรับโครงการทางด่วน Double Deck และรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ยังเป็น Upside Risks ที่จะเพิ่ม มูลค่าธุรกิจและกาไรในระยะยาว หากมีความชัดเจนคาดหนุนให้ราคาหุ้นเข้าสู่รอบการฟื้นตัว 

นอกจากนี้มอง BEM น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาวจากแนวโน้มธุรกิจหลักที่มั่นคง คาด สนับสนุน Div. Yield ที่ 3.0%/ปี (อาจมี Upside หลังชำระเงินตอบแทน รฟม. ครบในปี 72 ส่วน Catalyst ในระยะยาวจะมาจากการเปิดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในปี 71-73

ดังนั้นคงประมาณการกำไรปกติปี 69 ที่ 3,973 ล้านบาท เติบโต 5.1% จากปีก่อน และคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วย ราคาเหมาะสม 10.50 บาท 

เทียบฟอร์ม_info_0.jpg

BTS