รายงานพิเศษ : TACC กำไรพุ่งรับเมนูใหม่-ขยายสาขา โบรกฯ คงแนะนำ "ซื้อ" จ่อเพิ่มมูลค่าเหมาะสม

TACC เดินหน้าสู่การเติบโตรอบใหม่ จากความสำเร็จ ออก Productใหม่ การขยายสาขาของพันธมิตรหลักอย่าง 7-Eleven และกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งสร้างแรงส่งสำคัญ ขณะที่โบรกเกอร์เล็งปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย
บมจ. ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) กำลังส่งสัญญาณเชิงบวกให้กับนักลงทุนอีกครั้ง หลังผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจ ความสามารถในการควบคุมต้นทุน และศักยภาพการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ของ บล.โกลเบล็ก ระบุว่า TACC มีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกเกือบ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 75% จากไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นผลการดำเนินงานที่เติบโตสูงกว่าประมาณการเดิมของนักวิเคราะห์ราว 20% ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าจะลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้มาจากการขยายสาขาของร้าน 7-Eleven ซึ่งยังเดินหน้าเพิ่มสาขาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 700 สาขา รวมถึงการขยายตัวของร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่ตั้งเป้าเพิ่มสาขาประมาณ 800 แห่งต่อปี ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบและเครื่องดื่มภายใต้การพัฒนาของ TACC เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ กระแสความนิยมของเครื่องดื่มกลุ่มชาไทย ชาเขียว และผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างมัทฉะ รวมถึงน้ำผึ้งมะนาว ยังเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขายในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จุดเด่นที่สร้างความประทับใจให้กับนักวิเคราะห์ไม่ได้อยู่เพียงการเติบโตของรายได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับสูงกว่า 32% ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ปรับลดลงเหลือเพียง 12.7% จาก 15.8% ในปีก่อน และ 20.9% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความแข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้ บล.โกลเบล็ก มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนและถือเป็นฤดูกาลขายสำคัญของธุรกิจเครื่องดื่ม จึงมีโอกาสที่ยอดขายจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนคือ นักวิเคราะห์กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานใหม่ หลังผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาดีกว่าที่คาดไว้มาก เดิม บล.โกลเบล็ก คาดกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 343 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน และให้ราคาเหมาะสมที่ 6.20 บาท พร้อมคำแนะนำ "ซื้อ"
เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการที่เหนือความคาดหมาย รวมถึงแนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ประมาณการกำไรจะถูกปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปรับราคาเป้าหมายใหม่ในทิศทางที่สูงขึ้นตามไปด้วย ถือเป็นปัจจัยบวกที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้านผู้บริหารของ TACC ยังคงแสดงความมั่นใจต่อทิศทางธุรกิจตลอดทั้งปี โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตในระดับ Double Digit หรือไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อน อาศัยแรงสนับสนุนจากทั้งธุรกิจหลักในร้าน 7-Eleven และธุรกิจ Non-7-Eleven ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มธุรกิจใน 7-Eleven ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต ผ่านการพัฒนาเมนูหลักและเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มกด 7-Select และเครื่องดื่ม Non-Coffee ภายใต้ All Café ขณะที่การขยายสาขาไปยังต่างประเทศยังเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มฐานรายได้ในอนาคต
ส่วนธุรกิจ Non-7-Eleven ก็กำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Café Business การพัฒนาสินค้าใหม่ และการรุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางเดิมและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างธุรกิจ
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความน่าสนใจให้กับ TACC คือแผนการสร้าง New S-Curve ผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ในอนาคต พร้อมต่อยอดศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
แม้จะยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทที่อาจปรับตัวสูงขึ้น และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์สมาชิกของร้านกาแฟพันธุ์ไทย แต่ความเสี่ยงดังกล่าวยังอยู่ในกรอบที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะการล็อกราคาวัตถุดิบบางรายการล่วงหน้า รวมถึงการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง