โบรกฯ เตือนเดือนมิ.ย.นี้ โฟลว์เปลี่ยนทิศ เข้าหุ้นปลอดภัย กังวลนโยบายดอกเบี้ย-ดอลลาร์อ่อน

โบรกฯ คาดฟันด์โฟลว์เดือน มิ.ย. นี้ เม็ดเงินหมุนออกหุ้นเติบโต เข้าหุ้นปลอดภัย หลังธนาคารโลกหลายแห่ง เริ่มกลับมาใช้นโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้น มีโอกาสเห็นนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น กดดันดอลลาร์อ่อน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ภาพรวมในเดือนมิ.ย. อาจเป็นช่วงที่ตลาดโลกเข้าสู่โหมด FUND FLOW ROTATION จากธีม GROWTH, HIGH BETA และสินทรัพย์ไม่มี YIELD ไปสู่สินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น เช่น หุ้น DEFENSIVE (BDMS, BH, BGRIM, GULF), หุ้นปันผล (BBL, KTB, KBANK, SCB, ADVANC), และหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก BOND YIELD ที่อยู่ในระดับสูง (BLA, TL)
โดยตลาดหุ้นโลกในเดือน มิ.ย. กำลังเผชิญ 2 ปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนเกิดการหมุนตัวจากสินทรัพย์เติบโตสูงและสินทรัพย์เก็งกำไร ไปสู่สินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพและให้ผลตอบแทนในรูป YIELD มากขึ้น จาก IPO HYPE SPACEX IPO อาจดึงสภาพคล่องออกจากหุ้น GROWTH
ประเด็นนี้อาจทำให้กองทุนต่างประเทศจำเป็นต้องเตรียมสภาพคล่องและปรับพอร์ตเพื่อรองรับ IPO ขนาดใหญ่ ส่งผลให้แรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่บางส่วนชะลอลง โดยเฉพาะกลุ่ม MAGNIFICENT 7 ที่ย่อตัวลงราว 3.3% จากต้นเดือน รวมถึงหุ้นธีมอวกาศที่ปรับฐานแรง ขณะที่ S&P 500 ปรับลงเพียง 0.3% จากต้นเดือนภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเม็ดเงินบางส่วนอาจเริ่มลดน้ำหนักจากหุ้นธีม GROWTH / HIGH BETA ที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้า เพื่อรอจังหวะจัดสรรเงินเข้าสู่ IPO ขนาดใหญ่
ขณะเดียวกัน อีกปัจจัยสำคัญคือความเสี่ยงที่ธนาคารกลางหลักนอกสหรัฐฯ จะกลับมาใช้นโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้น โดยตลาดเริ่มจับตาการประชุม ECB วันที่ 11 มิ.ย. และ BOJ วันที่ 16 มิ.ย. ซึ่งมีโอกาสเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25% และ 1.00% ตามลำดับ
หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยโลกอาจไม่ได้ผ่อนคลายเร็วอย่างที่ตลาดเคยคาด และจะทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มี YIELD เช่น ทองคำและ BITCOIN เผชิญแรงกดดันมากขึ้น ซึ่งล่าสุดทั้งสองสินทรัพย์เริ่มย่อตัวลงใกล้บริเวณจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน
สำหรับ ECB หากมีการขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ จะถือเป็นการกลับมาขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบราว 33 เดือน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้ คล้ายกับกรณี BOJ ที่กลับมาขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2024 หลังจากนั้น 1 เดือน S&P 500 ปรับตัวลงราว 6% และ SET INDEX ลดลงราว 3.6% สะท้อนภาพเม็ดเงินที่เริ่มหมุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วน และหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ YIELD สูงขึ้น
รวมไปถึงในระยะถัดไป ค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า หากธนาคารกลางอื่น ๆ โดยเฉพาะ ECB และBOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพราะจะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศหลักอื่น ๆ แคบลง ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อ DOLLAR INDEX เนื่องจากตะกร้า DXY มีน้ำหนักของเงินยูโรสูงถึงราว 57% และเงินเยนราว 14% ดังนั้นหากยูโรและเยนแข็งค่าขึ้นจากทิศทางดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ย่อมมีโอกาสกดดันให้ DOLLAR INDEX อ่อนค่าลงได้
ยอดนิยม
CPF-TU กระทบจำกัด! หลังมาเลเซียสั่งแบนกุ้งไทย โบรกฯ ชี้ไม่ใช่ตลาดหลัก
BTS เจอข่าวร้าย! “ทริส” หั่นเครดิตเป็น “ลบ” หลังแบกหนี้สูงกว่าที่คาด
BGRIM เข้าสู่โหมดโต รับแรงธุรกิจ Data Center หนุน โบรกฯ แนะนำเป็นจังหวะ “สะสม”
สหรัฐฯ เปิดสงครามภาษีรอบใหม่! จ่อเก็บภาษีนำเข้าจากไทยเป็น 12.5% โบรกฯ แนะชะลอลงทุน 3 กลุ่มส่งออก