EMPIRE ประชุมผู้ถือหุ้น EGM 2/69 ไฟเขียวทุกวาระ สร้างสมดุลกลุ่มธุรกิจ ชู New S-Curve เสริมแกร่งยั่งยืน

ผู้ถือหุ้น EMPIRE โหวตอนุมัติ “เห็นด้วย” ทุกวาระ ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2569 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการและทีมบริหาร เดินหน้าแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ สร้าง New S-Curve เน้นการเติบโตระยะยาว จำหน่ายหุ้นกลุ่ม DRJ พร้อมเข้าถือหุ้น MTT และหุ้นเพิ่มทุน SPTX ปักหมุดยกระดับการดำเนินงาน รักษาสมดุลกลุ่มธุรกิจเดิม-เทคโนโลยีและโซลูชัน พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจรรับเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล ย้ำแนวคิดขับเคลื่อนองค์กรภายใต้หลักธรรมาภิบาลเคร่งครัด มุ่งสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบ
นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE ในฐานะคณะกรรมการบริษัท เปิดเผยว่า บริษัทฯได้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 และกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการเสนอ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจ การปรับโครงสร้างองค์กร และแผนการสร้าง New S-Curve ด้วยเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน สร้างแหล่งรายได้ใหม่ และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต
สำหรับวาระสำคัญที่ได้รับการอนุมัติ ได้แก่ 1. “พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569” โดยมีรายละเอียดตามที่เสนอทุกประการด้วยคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน ผู้ถือหุ้น “เห็นด้วย” 318,530,519 เสียง คิดเป็นสัดส่วน 90.3939%
วาระที่ 2. “พิจารณาอนุมัติการจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด และบริษัท ออกานิกส์ กรีนส์ ฟาร์ม จำกัด” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อลดข้อจำกัดจากธุรกิจเดิมที่มีการแข่งขันสูง และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสินทรัพย์ โดยมุ่งนำทรัพยากรไปต่อยอดธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดและอัตรากำไรที่สูงขึ้นในอนาคต ที่ประชุมอนุมัติ “เห็นด้วย” 223,513,435 เสียง คิดเป็นสัดส่วน 86.2605%
ด้านวาระที่ 3. “พิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท มัลทิตา จำกัด” เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง สามารถสร้างการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง และต่อยอดระบบนิเวศทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มความสามารถในการทำกำไรที่ดีและสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่บริษัท ด้านผู้ถือหุ้นอนุมัติ “เห็นด้วย” 223,513,435 เสียง คิดเป็นสัดส่วน 85.9279%
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติวาระที่ 4. “พิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน)” โดยบริษัทจะเข้าถือหุ้นจำนวน 5,000 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.34% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเพิ่มทุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับชำระค่าตอบแทนจากการจำหน่ายหุ้นกลุ่มธุรกิจ DRJ ธุรกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางบริหารสินทรัพย์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านการสร้างโอกาสรับรู้กำไรจากการลงทุน การบริหารสภาพคล่อง รวมถึงเสริมความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต โดยหุ้น SPTX ถือเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่สามารถบริหารจัดการได้ตามภาวะตลาดและแผนการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป ที่ประชุมอนุมัติ “เห็นด้วย” 223,513,435 เสียง คิดเป็นสัดส่วน 85.9279%
ทั้งนี้ บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานหลังได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างกลุ่มธุรกิจเดิมกับธุรกิจเทคโนโลยีและโซลูชัน ควบคู่ไปกับการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร พร้อมเปิดโอกาสการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาโซลูชันด้าน Smart Technology, IoT และระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ที่จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพการดำเนินงาน และความสามารถในการทำกำไรที่ดีในอนาคต
“ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน ตลอดจนผู้ที่ติดตามการดำเนินงานของบริษัทฯทุกท่าน ที่ให้ความสนใจ และเข้าร่วมรับฟังข้อมูล พร้อมเสนอแนะมุมมองอย่างสร้างสรรค์มาโดยตลอด รวมถึงให้ความไว้วางใจสนับสนุนมติสำคัญทุกวาระในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการและทีมผู้บริหารในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ทิศทางใหม่ หลังจากนี้ EMPIRE จะเดินหน้าตามแผนงานที่มุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจทุกกลุ่มอย่างสมดุล พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร
ขณะเดียวกัน บริษัทฯจะยึดมั่นในแนวทางการทำงานที่ได้ให้สัญญากับผู้ถือหุ้นไว้อย่างเคร่งครัด จะบริหารงานด้วยความเป็นมืออาชีพ รักษาวินัยทางการเงิน บริหารต้นทุน มุ่งสร้างผลกำไรระยะยาว และจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและผลตอบแทนที่ยั่งยืน พร้อมการดำเนินงานทุกขั้นตอนภายใต้หลักธรรมาภิบาล ดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบอย่างสมดุลและโปร่งใส” นางสาววัชราภรณ์ กล่าวเพิ่มเติม
ยอดนิยม
ธนาคารไทยเครดิต ผนึกกำลัง ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี เวสท์บาย และเขตมีนบุรี เปิดโครงการ “แยกดี มีเครดิต”
ค่าเงินบาทวันนี้ 15 กันยายน 2569
TCL เปิดศึกกฎหมาย ฟ้อง Samsung โฆษณาคุณสมบัติผลิตภัณฑ์เกินจริง ปมทีวีที่อ้างใช้เทคโนโลยี “Mini LED”
“พันธุ์ไทย” ชูความภาคภูมิใจ “ไทยริกาโน” กาแฟไทย เนรมิตประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “PUNTHAI SLOW BAR” คอนเซปต์ใหม่ ครั้งแรก