กระดานข่าว

TTB เปิดตัว “My Wealth” จับมือ Webull เจาะกลุ่ม Mass Affluent เปิดช่องลงทุนหุ้นและ ETF สหรัฐฯ


15 กันยายน 2569

01_ttb My Wealth.jpg

ทีทีบี เปิดตัว “My Wealth” ยกระดับสู่ Digital Wealth Advisory พร้อมจับมือ Webull เปิดโอกาสลงทุนหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ผ่านแอป ttb touch ต่อยอดโซลูชันการเงินสกุล USD แบบครบวงจร ให้ลูกค้าสามารถ “แลก เก็บ ลงทุน และใช้จ่าย” ได้สะดวก คุ้มค่า และมั่นใจได้ยิ่งขึ้น พร้อมสิทธิพิเศษดอกเบี้ย FCD สูงสุด 3.65% ต่อปี

นางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร และความมั่งคั่งทางการเงิน ทีทีบี กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเริ่มให้ความสนใจกับการลงทุนมากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับหลายประเทศและค่าเฉลี่ยโลก ยังเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังบริหารเงินในรูปแบบเงินฝากเป็นหลัก โดยคิดเป็น 57% ของสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนมีเพียง 23% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 45% และสหรัฐฯ ที่ 59% ซึ่งสะท้อนโอกาสในการเปลี่ยนผ่านจากการออมสู่การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ทีทีบีจึงมุ่งทำให้ Wealth Management เข้าถึงได้สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะลูกค้ากลุ่ม Wealth เท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่ม Mass Affluent ที่มี AUM 1-5 ล้านบาท  ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานศักยภาพสูง อายุ 30-45 ปี  และมีเป้าหมายที่จะมีเงิน 1 ล้านบาทภายใน 5 ปี  จึงเป็นที่มาของการพัฒนา My Wealth และความร่วมมือกับ Webull ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ทางด้านการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า

“สำหรับลูกค้าทีทีบี ที่มีสถานะ Superior, Reserve Gold, Reserve Platinum และ Reserve Diamond ยังได้รับสิทธิพิเศษด้านอัตราแลกเปลี่ยนในสกุลเงิน USD รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษสูงสุด 3.65% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชี FCD e-Saving หรือมีบัญชีอยู่แล้ว และมีการใช้ผูกกับบัญชี Webull ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน - 31 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด

นอกจากนี้ ลูกค้าที่เปิดบัญชี Webull ผ่านแอป ttb touch และลงทุนในหุ้นหรือ ETF สหรัฐฯ ครั้งละ 10,000 บาทขึ้นไป จะได้รับหุ้นในกลุ่ม Magnificent Seven มูลค่า 400 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน - 30 พฤศจิกายน 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด

นายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์  ประธานกลุ่มกลยุทธ์และดิจิทัล ทีทีบี กล่าวว่า My Wealth  จะเป็นผู้ช่วยและผู้ให้คำแนะนำการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Wealth Advisory) ที่ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยลูกค้าสามารถเห็นภาพรวมสินทรัพย์ทั้งหมดที่ลูกค้าถือครองกับธนาคาร (Consolidated Portfolio) อาทิ เงินฝากทั้งสกุลบาทและสกุลเงินต่างประเทศ กองทุนรวม ไปจนถึงหุ้น และ ETF สหรัฐฯ พร้อมฟังก์ชันช่วยลูกค้าตั้งเป้าหมายการลงทุนในระดับบุคคล เปลี่ยนเป้าหมายชีวิตให้เป็นแผนการลงทุนที่ทำได้จริง

โดยหนึ่งในฟังก์ชันหลักของ My Wealth คือความร่วมมือกับ Webull เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าทีทีบีสามารถลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ได้ ผ่านแอป ttb touch นอกจากการเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายกว่าเดิม ลูกค้าจะได้รับความสะดวกจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องบริหารการลงทุนผ่านหลาย Platform ได้รับความคุ้มค่าเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ธนาคารมอบให้

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง Webull และ ทีทีบี เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยทีทีบีมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลลูกค้าและ Wealth Advisory ขณะที่ Webull มีความเชี่ยวชาญด้าน Global Investing เทคโนโลยี ข้อมูล และเครื่องมือการลงทุน ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ โดย Webull จะนำศักยภาพเหล่านี้มาเชื่อมต่อกับบริการของทีทีบี เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ผ่านแอป ttb touch ได้สะดวกยิ่งขึ้น และต่อยอดจากการแลกเงินและการออมผ่านบัญชี FCD ไปสู่โอกาสการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างไร้รอยต่อ

TTB