รายงานพิเศษ : CCET ฟื้นรอบใหญ่ ค่าใช้จ่ายพิเศษลด-GPM กลับสู่ปกติ นักวิเคราะห์ปรับเป้า รับธีม AI หนุนอนาคต

ภาพการฟื้นตัวของ CCET เริ่มชัดเจนขึ้น หลังผลประกอบการไตรมาสแรกส่งสัญญาณผ่านจุดต่ำสุด ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2–3 ยังเติบโตต่อเนื่องจากออเดอร์หลักแข็งแกร่ง โครงสร้างผลิตภัณฑ์ดีขึ้น และไม่มีแรงกดดันจากต้นทุนพิเศษเหมือนปีก่อน หนุนโบรกเกอร์ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย มองหุ้นยังมีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
หลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพิเศษและการปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงก่อนหน้า ล่าสุดผลการดำเนินงานของ บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ CCET มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลายสำนักวิจัยประเมินตรงกันว่า บริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบผลประกอบการไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
บทวิเคราะห์จาก บล.หยวนต้า ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า ภาระค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Restructuring) และการย้ายฐานการผลิต ได้ทยอยคลี่คลายลงแล้ว ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติของบริษัทอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนหลายด้าน
ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 2/2569 ฝ่ายวิจัยมองว่า รายได้ของ CCET จะเริ่มกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น หรือ Utilization Rate ที่ฟื้นตัว รวมถึงอานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับบริษัทในฐานะผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่
บล.หยวนต้ายังคาดว่า กำไรปกติปี 2569 ของ CCET จะอยู่ที่ประมาณ 2.9 พันล้านบาท เติบโต 22% จากปีก่อน พร้อมประเมินราคาเหมาะสมช่วงกลางปี 2570 ไว้ที่ 8.50 บาทต่อหุ้น อิงค่า PER ระดับ 27.8 เท่า และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่า CCET ยังเป็นหุ้น Laggard Play ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจาก Valuation ยังซื้อขายต่ำกว่าหุ้น HANA แม้จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมในทิศทางเดียวกัน
ขณะที่ บล.KGI ประเมินว่า ผลประกอบการของ CCET จะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2–3/2569 โดยมีแรงหนุนจากความต้องการสินค้าหลักที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรในระยะถัดไป
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ การไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในต่างประเทศเหมือนช่วงปีก่อน ซึ่งจะช่วยให้กำไรของบริษัทกลับมาเติบโตได้ ทั้งการเปรียบเทียบกับปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สะท้อนถึงทิศทางการฟื้นตัวที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่หลายฝ่ายติดตาม แต่ฝ่ายบริหารของ CCET มองว่า ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของบริษัทในขณะนี้ ทำให้แผนการผลิตและการส่งออกยังเดินหน้าตามปกติ
ทั้งนี้ KGI ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ CCET ไว้ที่ระดับ 2.7 พันล้านบาท พร้อมมองว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจกลายเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม หากบริษัทเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในช่วงปลายปี ซึ่งจะช่วยเปิด Upside ใหม่ให้กับผลประกอบการในอนาคต
ในด้านราคาหุ้นนั้น ช่วงที่ผ่านมา CCET ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากกระแสความคาดหวังเกี่ยวกับธุรกิจ AI ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นโดดเด่น ขณะที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มทยอยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเพื่อสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรและโอกาสการเติบโตใหม่
โดย KGI ได้ปรับเพิ่มสมมติฐาน EV/EBITDA เป้าหมายขึ้นแตะระดับ 16 เท่า จากเดิม 12.2 เท่า ส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่ขยับขึ้นเป็น 7.30 บาท จากเดิม 5.30 บาท แม้ยังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปพอสมควรแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มกลับเข้าสู่รอบฟื้นตัว รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่กำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลกธุรกิจ ทำให้ CCET ยังเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ได้รับการจับตาในฐานะผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อและเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต